หนังสือรับรอง เพื่อเปลี่ยนวีซ่า J-1

การขอหนังสือ No Objection

ผู้ที่ได้รับการตรวจลงตราประเภท J-1 Visa และอยู่ภายใต้กฏ Two-Year Home-Country Physical Presence Requirement และประสงค์จะขอหนังสือ No Objection เพื่อที่จะนำไปขอยกเว้นกฎวีซ่า J-1 ในการขอเปลี่ยนสถานะวีซ่า  J-1 เป็นวีซ่าประเภทอื่นจาก Department of State และDepartment of  Homeland Security ของสหรัฐฯ นั้น ไม่ว่าผู้ร้องยังคงพำนักในสหรัฐฯ หรืออยู่ในระหว่างการเดินทางกลับ / พำนักในประเทศไทยหรือประเทศอื่นก็ตาม จะต้องนำส่งเอกสารดังต่อไปนี้ต่อสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงวอชิงตัน เพื่อประกอบการพิจารณาดำเนินการต่อไปนี้

การยื่นคำร้อง
•ยื่นคำร้องด้วยตนเองที่สถานเอกอัครราชทูตฯ โดยช่วงเวลาในการยื่นคำร้อง คือ 09.00 – 12.00 น. วันจันทร์ – วันศุกร์
(ยกเว้นวันหยุดราชการของสถานเอกอัครราชทูตฯ)  หรือ
•ยื่นคำร้องทางไปรษณีย์
ที่อยู่  The Royal Thai Embassy
Consular Section
2300 Kalorama Rd., NW
Washington DC 20008

ทั้งนี้ ผู้ยื่นคำร้องด้วยตนเองหรือโดยไปรษณีย์ต้องกรอกคำร้องนิติกรณ์ (Download) จำนวน 1 ชุด โดยกรอกรายละเอียดในคำร้องให้ครบถ้วน พร้อมทั้งระบุหมายเลขโทรศัพท์และอีเมล์ที่สถานเอกอัครราชทูตฯ จะสามารถติดต่อผู้ร้องได้โดยตรง อนึ่งหากผู้ร้องพำนักในประเทศไทยหรือในประเทศอื่นที่ไม่ใช่ประเทศสหรัฐอเมริกา
สถานเอกอัครราชทูตฯ จะติดต่อกับผู้ร้องโดยทางอีเมล์

เอกสารประกอบคำร้องนิติกรณ์

1.)  หนังสือแจ้งความประสงค์ในการขอหนังสือรับรองดังกล่าวและแนบเอกสารประกอบ (ในกรณีใดกรณีหนึ่ง) ดังนี้
1.1 กรณีได้งานทำ: จดหมายยืนยันของนายจ้างในการเสนองานให้แก่ผู้ร้อง (Job Offer letter)
1.2 กรณีจดทะเบียนสมรส: สำเนาทะเบียนสมรสและสำเนาหนังสือเดินทางของคู่สมรส ทั้งนี้ สำเนาเอกสารดังกล่าวต้องได้รับความรับรองความถูกต้องจาก Notary Public
2.)  ประวัติการสำเร็จการศึกษาในประเทศไทยและต่างประเทศ (สถานบันการศึกษา และวัน เดือน ปีที่สำเร็จการศึกษา) หรือหากมีสถานะเป็นข้าราชการซึ่งเคยหรืออยู่ระหว่างการรับทุนของรัฐบาล/หน่วยงานราชการของไทยให้ไปศึกษา ดูงาน ฝึกงานในต่างประเทศ และยังมีพันธะต้องชดใช้ทุนหรือกลับไปทำงานชดใช้ทุน หรือมีสถานะเป็นผู้กู้ยืมเงินกองทุนให้กู้ยืมที่ผูกกับรายได้อนาคต (กรอ.) หรือเป็นผู้กู้ยืมเงินกองทุนให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ผู้ยื่นคำขอจะต้องแจ้งรายละเอียดดังกล่าว พร้อมทั้งแนบหนังสือรับรองจากหน่วยงานเจ้าของทุน หรือหนังสือรับรองจากหน่วยราชการเจ้าสังกัด หรือหน่วยงานผู้ให้เงินกู้ยืมเพื่อการศึกษา แล้วแต่กรณีว่าผู้ยื่นคำขอไม่มีพันธะที่จะต้องกลับไปปฏิบัติงานรับราชการหรือมีพันธะต้องชดใช้เงินคืนแก่หน่วยงานใด
3.) กรณีผู้ยื่นคำขอเป็นผู้ได้รับทุนให้มาศึกษา หรือดูงาน หรือฝึกงานในสหรัฐอเมริกาจากหน่วยงาน หรือ องค์กรใดในประเทศไทยหรือต่างประเทศ ให้ระบุรายละเอียดว่า ผู้ร้องเดินทางเข้ามาศึกษาหรือ ดูงาน หรือ ฝึกงานในสหรัฐอเมริกา ณ สถาบันใด ตั้งแต่เมื่อใด เป็นระยะเวลาเท่าใด
(หมายเหตุ: ขอให้ระบุข้อความในย่อหน้าสุดท้ายของหนังสือแจ้งความประสงค์ว่า  “ข้าพเจ้าขอรับรองว่าข้อความในหนังสือเป็นความจริงทุกประการ” และลงลายมือชื่อผู้ร้องด้วย)

ตัวอย่าง
ถึง สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงวอชิงตัน
ข้าพเจ้าชื่อ…….นามสกุล…… มีความประสงค์ที่จะขอหนังสือ J1 NO objection letter เนื่องจากข้าพเจ้าต้องการที่จะ       

1. ในกรณีเปลี่ยนเป็น Green card holder (สมรส) ให้ระบุข้อความว่า “เนื่องจากได้สมรสกับ Mr.  …………… บุคคลสัญชาติอเมริกัน เมื่อวันที่…………………………..”
2. ในกรณีขอเปลี่ยนเป็นวีซ่า H1B (ได้งานทำ) ให้ระบุข้อความว่า  “มีความประสงค์ที่จะขอหนังสือ J1 NO objection letter เนื่องจากข้าพเจ้าต้องการที่จะเปลี่ยนวีซ่าเป็น H1B เนื่องจากได้รับการเสนองานจากบริษัท………….ในตำแหน่ง…………..”

ข้าพเจ้าสำเร็จการศึกษา ระดับปริญญา…………..จากมหาวิทยาลัย………… สาขาวิชา…………………. เมื่อปี…………………. หลังจากจบการศึกษา (หรือระหว่างการศึกษา) ได้รับวีซ่าประเภท J1 1 ครั้ง และมาเรียน/ฝึกงานที่…………….เมือง………………….มลรัฐ…………………ตั้งแต่…………ถึง……….. เป็นเวลา………..เดือน(ปี)

ข้าพเจ้า เคย หรือ ไม่เคย เป็นข้าราชการที่เคยหรืออยู่ระหว่างรับทุนจากรัฐบาล/หน่วยงานราชการของไทยให้ไปศึกษา ดูงาน ฝึกงานในต่างประเทศ และยังมี หรือ ไม่มีพันธะต้องชดใช้ทุนหรือกลับไปทำงานชดใช้ทุน หรือเป็นหรือไม่เป็นผู้กู้ยืมเงินกองทุนให้กู้ยืมที่ผูกกับรายได้อนาคต (กรอ.) หรือเป็นผู้กู้ยืมเงินกองทุนให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) หรือไม่ข้าพเจ้าขอรับรองว่าข้อความที่กล่าวในจดหมาย เป็นความจริงทุกประการ
                                                                                                                               ลงชื่อ……………………………..
                                                                                                                                               (ชื่อ-นามสกุล)

4.)   สำเนาหนังสือเดินทางที่ยังไม่หมดอายุ (หน้าแรกที่มีรูปและรายละเอียดหนังสือเดินทาง) ซึ่งต้องให้เจ้าหน้าที่ Notary Public รับรองว่าเป็นสำเนาที่ถ่ายจากต้นฉบับจริง จำนวน 1 ชุด
5.)   สำเนาบัตรประชาชนที่ยังไม่หมดอายุ ซึ่งต้องให้เจ้าหน้าที่ Notary Public รับรองว่าเป็นสำเนาที่ถ่ายจากต้นฉบับจริง จำนวน 1 ชุด
6.)   สำเนา DS-2019 หรือ IAP 66 ทุกฉบับ (ที่มี)
7.)   สำเนา Third Party Barcode ที่จะได้เมื่อกรอกแบบฟอร์ม online DS-3035
8.)   หนังสือยืนยันไม่ติดคดีความ  (Download)
9.)   แบบฟอร์ม Notary Public for Signature ซึ่งต้องให้เจ้าหน้าที่ Notary Public รับรองลายมือชื่อ (Download)
10.) สำเนาหน้าวีซ่า J1 ทุกฉบับที่เคยได้รับ ซึ่งต้องให้เจ้าหน้าที่ Notary Public รับรองว่าเป็นสำเนาที่ถ่ายจากต้นฉบับจริง จำนวน 1 ชุด
11.) ซองขาวเปล่าขนาด 4 1/8 นิ้ว x 9 ½ นิ้ว (No. 10) ติดแสตมป์ประเภท forever stamp จำนวน 1 ซอง
ไม่ต้องจ่าหน้าซอง เพื่อที่สถานเอกอัครราชทูตฯ จะส่งให้ทางการสหรัฐฯ
 

หมายเหตุ

สถานเอกอัครราชทูตฯ จะส่งหนังสือ No Objection ไปยัง J1 Waiver Division ของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ เมื่อได้สถานเอกอัครราชทูตฯ ได้รับหนังสือแจ้งการอนุมัติจากกระทรวงการต่างประเทศของไทยซึ่งจะใช้เวลาพิจารณาหนึ่งเดือนเป็นอย่างน้อย
–  อนึ่ง โดยที่การส่งเอกสารทางไปรษณีย์ดำเนินการโดย USPS สถานเอกอัครราชทูตฯ จึงไม่อาจรับผิดชอบการสูญหายของเอกสารระหว่างการส่ง

–  ไม่มีค่าธรรมเนียม

Featured Videos

ทวีตล่าสุด

เวลาทำการ และที่อยู่

เวลาไทย / เวลาสหรัฐฯ

22-Aug-201722-Aug-2017

  • Today Visit: 4,740
  • Total Visit: 2,139,028
ตั้งแต่ 7 มิถุนายน 2015