ศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน วันศุกร์ที่ 27 ตุลาคม 2560

 

สวัสดีครับ พ่อแม่พี่น้องชาวไทยที่รักทุกท่าน

มีบทเพลงพระราชนิพนธ์เพลงหนึ่ง ซึ่งมีความว่า

                         “…พระพรมท่านบันดาลให้ฝนหลั่ง            เพื่อประทังชีวิตมิทราม
                         น้ำทิพย์สาดเป็นสายพรายพลิ้วทิวงาม        ทั่วเขตคามชุ่มธารา…”

“ฝน” นั้นเป็นสัญลักษณ์แห่งความชุ่มชื่น ความสุข และความหวัง สำหรับประเทศเกษตรกรรมดังเช่นประเทศไทยของเรา “ฝน” นั้นอาจจะเป็นอุปสรรคสำหรับการดำรงชีวิตอยู่บ้าง แต่ก็ไม่เป็นข้อจำกัดสำหรับการแสดงความจงรักภักดีของพสกนิกรชาวไทย ที่มีแด่ “พ่อหลวงของปวงชน” และ “ฝน” นั้นซึ่งอยู่คู่ฟ้า แล้วก็เป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติของโลก เหมือนคำสอนของ “ในหลวงของเรา” ที่จะเป็นมรดกพระราชทาน ซึ่งจะอยู่คู่ชาติไทย ตราบเท่าที่พวกเราได้น้อมนำไปสู่การปฏิบัติ ด้วยความเข้าใจ อย่างถ่องแท้ ดังนั้น “น้ำฝน” จึงเปรียบเสมือน “น้ำพระทัย” จากพ่อของแผ่นดิน อันเป็นน้ำทิพย์ชโลมหัวใจ คนไทยทั้งชาติ

รายการ “ศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน” ในคืนนี้ ขออัญเชิญส่วนหนึ่งของบทเพลงพระราชนิพนธ์ “สายฝน” เพื่อเป็นกำลังใจให้กับพี่น้องประชาชน คนไทยทุกคน ทุกหมู่เหล่า ทั้งนี้ ใครก็ตามที่ได้น้อมนำ “คำพ่อสอน” ใส่เกล้าใส่กระหม่อม ย่อมเกิดพลังกายพลังใจ ในการประกอบกิจการงานของตนและก้าวข้ามอุปสรรคต่าง ๆ ได้ที่สำคัญคือ “เอาชนะจิตใจตนเอง” ได้ในที่สุด โดยสามารถขยายผลเพื่อตัวเอง เพื่อครอบครัว และเพื่อสร้างประโยชน์แก่สังคมโดยส่วนรวมต่อไปด้วย

ในโอกาสสำคัญนี้ ผมขอแสดงความชื่นชมและขอขอบคุณ พี่น้องประชาชนทุกคนที่ได้ทำหน้าที่ “ลูกที่ดีของพ่อ” อย่างแข็งขัน ตลอดระยะเวลา 1 ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่ “จิตอาสา” ทั้งที่เป็นวินมอเตอร์ไซด์ฟรี ทำอาหารแจก จัดเก็บขยะ ทำความสะอาด ดูแลผู้สูงอายุ คนพิการ ในระหว่างการกราบถวายบังคมพระบรมศพฯ มาจนถึง “จิตอาสาเฉพาะกิจฯ” ตามพระราชดำริของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ อีก 8 กิจกรรม รวมทั้งข้าราชการ อาสาสมัคร ช่างสิบหมู่ ที่ร่วมกันตระเตรียมงานและดำเนินการทุกอย่าง ทั้งงานก่อสร้าง การรักษาความปลอดภัย การจัดการจราจร การจัดพระราชพิธีต่าง ๆ รวมทั้งการจัดนิทรรศการเพื่อเทิดทูนสถาบันฯ และพระราชกรณียกิจต่าง ๆ รวมไปถึง ความร่วมมือจากสถานีวิทยุ โทรทัศน์ สื่อมวลชนแขนงต่าง ๆ ที่ได้ช่วยกันบริการด้านข้อมูลข่าวสารอันเป็นประโยชน์สำหรับทุกฝ่าย และภาคเอกชน ผู้ประกอบการร้านค้า ที่ได้ริเริ่มกิจกรรมงานสร้างสรรค์มากมาย เพื่อพ่อ เพื่อสังคม เช่น งานประดับซุ้มและอุโมงค์ดอกไม้ ของชาวปากคลองตลาด ห้วงที่ผ่านมา เหล่านี้ เป็นต้น แม้กระทั่งศิลปินนักร้องชาวต่างประเทศ จากทั่วทุกมุมโลก ต่างก็รวมตัวกัน แต่งบทเพลงเพื่อเป็นการยกย่อง “ในหลวงของเรา” ว่าทรงเป็นดัง “แสงสว่างที่ไม่เคยดับ” ในใจคนไทย และชาวต่างชาติที่เข้ามาหาเลี้ยงชีพ หรือพักอาศัยในประเทศไทย ภายใต้ร่มพระบารมีของพระองค์ อีกมากมาย อาจจะกล่าวถึงไม่ได้ทั้งหมด รวมความไปถึงผู้ที่พักอาศัยอยู่ต่างประเทศด้วย มีการจัดกิจกรรมของสถานเอกอัครราชทูตในทุกประเทศที่เราประจำอยู่ แล้วก็มีคนไทยอาศัยอยู่ต่างประเทศ

พี่น้องประชาชนที่เคารพ ครับ

งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2560 ที่ผ่านมา ได้ปรากฎเป็นที่ประจักษ์แก่สายตาของนานาอารยประเทศ ถึงความสง่างามสมพระเกียรติยศอันสูงยิ่งตามแบบแผนโบราณราชประเพณี อีกทั้ง ความวิจิตรบรรจงและทรงคุณค่า ตามขนบธรรมเนียมประเพณีของชนชาติไทย ด้วยสรรพศาสตร์ ทั้งงานประณีตศิลป์แขนงต่าง ๆ ทั้งงานศิลปกรรม อาทิ จิตรกรรม ประติมากรรม สถาปัตยกรรม และภูมิสถาปัตย์ เป็นต้น เหนือสิ่งอื่นใด คือ การแสดงออกถึงความจงรักภักดีของพสกนิกรไทย ที่มีแด่พระองค์ พระผู้เปรียบเสมือน“พ่อ” ของปวงชนชาวไทยทั้งแผ่นดินนั้น ได้ “ประจักษ์แก่หัวใจ” ของชาวโลก ด้วยเช่นกัน

ผมเชื่อว่าวันที่ 26 ตุลาคมนั้น เป็นอีกหนึ่งวันที่พี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศ มีความรู้สึกเดียวกัน ซึ่งปะปนระคนกัน ระหว่างความอาลัยรัก ต่อการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ ในการจากลาพระมหากษัตริย์ “ผู้เป็นที่รักเทิดทูนยิ่ง” กับความปลาบปลื้มใจเป็นล้นพ้น ที่ได้ร่วมกันถวายความจงรักภักดีเป็นครั้งสุดท้าย แด่ “พระผู้เสด็จสู่สรวงสวรรคาลัย”

ผมมั่นใจว่า ความรู้สึกเช่นนี้หาได้เกิดแต่ปวงชนคนไทย ภายใต้พระบรมโพธิสมภารเพียงลำพังไม่ ทั้งนี้ เนื่องด้วยพระมหากรุณาธิคุณอันเปี่ยมล้น พระปรีชาสามารถอันสูงส่ง และพระราชจริยวัตรอันงดงาม ที่ได้แผ่ไพศาลทั่วทุกสารทิศ พระเกียรติคุณขจรไกลในสากลประเทศ ส่งผลให้ทั่วโลกถือเป็นความสูญเสียครั้งสำคัญของมวลมนุษยชาติดุจกัน และต่างร่วมกับพี่น้องชาวไทย ถวายความอาลัย ถวายพระเกียรติและยกย่องสรรเสริญ ให้พระองค์ทรงเป็น “พระมหากษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่” ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ ที่จะถูกจดจำและจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ ไปอีกนานเท่านาน 

พี่น้องประชาชนที่รัก ครับ  

นับจากนี้สืบไป แม้จะยังคงเป็นช่วงเวลาแห่งความขมขื่น สุดที่คนไทยจะหักห้ามหัวใจแห่งความรัก และความระลึกถึงที่มีแด่ “ในหลวงรัชกาลที่ 9 ได้ ผมขอให้พี่น้องประชาชนทุกท่านได้ดำรงตนให้เข้มแข็ง ครองสติให้บริบูรณ์ และตั้งจิตให้มั่นคง อยู่ในความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณและพระเมตตา อันหาที่สุดมิได้ ที่ทรงมีต่อปวงชนชาวไทย ขออย่าได้รู้สึกอ้างว้าง ว้าเหว่ แต่จงแปรความรู้สึกเปลี่ยวเปล่าและเหน็บหนาวใจเหล่านั้น ให้เป็นพลังแห่งความศรัทธา ความเพียรอันบริสุทธิ์ ที่จะร่วมมือกันสร้าง “ประชารัฐ” ในการพัฒนาประเทศชาติ ทำนุบำรุง และรักษาแผ่นดินไทยให้เจริญรุ่งเรือง สมเป็น “สุวรรณภูมิ” ดั่งที่พระองค์ทรงตั้งพระราชปณิธาน และทรงทุ่มเทพระวรกาย มาตลอดระยะเวลา 70 ปี เพื่อให้พสกนิกรของพระองค์ และลูกหลานในภายภาคหน้า มีแต่ความผาสุก สวัสดี 

แม้ประเทศไทยจะไม่ใช่ประเทศที่ร่ำรวยหรือยิ่งใหญ่ แต่เราโชคดีที่มีพระมหากษัตริย์ ซึ่งทรงงานหนักเพื่ออาณาประชาราษฎร์ โดยไม่มีเงื่อนไข ไม่มีวันหยุด แม้ว่าจะทรงพระประชวร มาวันนี้ พระองค์ท่านแม้ว่าจะมิได้ประทับเป็น “พลังของแผ่นดิน” ดั่งเช่นที่ผ่านมา แต่เราก็ยังมีสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ รัชกาลที่ 10 ประทับเป็นมิ่งขวัญและกำลังใจ โดยได้เสด็จฯ ขึ้นทรงราชย์ เพื่อสืบสานพระราชปณิธาน และสานต่อพระราชภารกิจแห่งสมเด็จพระบรมชนกนาถ สืบไป ทั้งนี้ “ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและศาสตร์พระราชา” จะยังคงอยู่คู่ชาติบ้านเมือง และจะนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน เฉกเช่น คำสอนในทุกศาสนา ที่ยังคงอยู่คู่บรรดาศาสนิกชน อันจะนำไปสู่หนทางดับทุกข์ และความสว่างไสวในจิตใจคน 

อนึ่ง พระบาทสมเด็จ พระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ผู้ทรงครองแผ่นดิน โดยถึงพร้อมด้วยทศพิธราชธรรม ตลอดรัชสมัยของพระองค์ ผู้จะประทับอยู่ในดวงใจไทยทั้งมวล นับจากวันแรกที่เสด็จเถลิงถวัลย์ราชสมบัติ ตลอดจนพระชนม์ชีพของพระองค์ และจะทรงสถิตอยู่ในดวงใจราษฎรของพระองค์เช่นนั้น ตลอดไป ตราบชั่วนิจนิรันดร์

สุดท้ายนี้

ผมขอให้ทุกคนได้จดจำช่วงเวลานี้ ช่วงเวลาที่ดวงใจชาวไทยทุกดวงหลอมรวมเป็นหนึ่ง ในการถวายความอาลัยรักต่อพระองค์ท่าน จดจำความรัก ความสามัคคี ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ที่เรามีให้กัน และนำเอาความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน นำเอาพลังแห่งความรัก ความภักดีนี้มาร่วมกันสร้างประโยชน์แก่สังคมและประเทศชาติ ด้วยการ “คิดดี พูดดี ทำดี” เพื่อพ่อ และสานต่อพระราชปณิธาน หลายสิ่งหลายอย่างที่พระองค์ท่านทรงสร้าง ทรงวางรากฐานไว้ พวกเราสามารถช่วยกันคนละไม้ละมือ ต่างคน ต่างอาชีพ ต่างช่วยกันทำ เท่าที่แรงกำลังของเราจะทำได้ โดยพึงระลึกอยู่เสมอว่า ด้วยเพียง “สองพระหัตถ์” ของพระองค์ท่าน ได้ทรงสร้างสรรค์โครงการมากมาย ก่อให้เกิดปัญญาและหลักคิด ที่เป็นประโยชน์ในการใช้ชีวิต รวมทั้งการทำงาน ให้แก่ปวงชนชาวไทย ดังนั้นพวกเราหลายสิบล้านคน ก็ต้องช่วยกันสานต่อ “งานที่ยังไม่เสร็จสิ้น” เพื่อให้พระองค์ท่านได้ทอดพระเนตรเห็นความเจริญวัฒนาสถาพรของแผ่นดินไทย ความรัก สมัครสมานสามัคคีของคนในชาติ และประโยชน์สุขของปวงชนชาวไทย ให้ท่านได้ทรงหายเหนื่อยและหายห่วง 

ขอบคุณนะครับ และสวัสดีครับ

ที่มา : www.thaigov.go.th

Featured Videos

Latest Tweets

เวลาทำการ และที่อยู่

เวลาไทย / เวลาสหรัฐฯ

21-Oct-201821-Oct-2018
ตั้งแต่ 7 มิถุนายน 2015