การปฏิรูปกฎหมายเข้าเมืองสหรัฐฯ


การปฏิรูปกฎหมายการเข้าเมืองสหรัฐฯ

Migration Policy Institute (MPI) ระบุว่า ในปัจจุบัน มีคนที่อาศัยอยู่ในสหรัฐฯ อย่างผิดกฎหมาย จำนวนกว่า 11 ล้านคน โดยเป็นคนเอเชีย จำนวนประมาณกว่า 1,509,000 คน หรือ 14% ทั้งนี้ จำนวนกว่า 4 แสนคน ได้รับความคุ้มครองจากโครงการ Deferred Action for Childhood Arrivals (DACA)

เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม ที่ผ่านมา American Immigration Council ร่วมกับ Immigrant Legal Resource Center และ Catholic Legal Immigration Network, Inc. จึงได้จัดให้มีการบรรยายเกี่ยวกับ Executive Actions on Immigration: the Critical Role of Consulates in Protecting and Preparing their Nationals โดยได้เชิญผู้แทนจากสถานเอกอัครราชทูตฯ ต่าง ๆ เข้าร่วม อาทิ เม็กซิโก เอลซัลวาดอร์ ฟิลิปปินส์ และไทย รวมทั้งองค์กรอิสระต่าง ๆ อาทิ IAmerica จำนวนประมาณ 50 คน และได้เชิญวิทยากรจากหลายหน่วยงาน อาทิ นาย León Rodríguez ผู้อำนวยการ U.S. Citizenship and Immigration Services (USCIS) นาย Marc Rosenblum รองผู้อำนวยการ Migration Policy Institute นาย Julian Escutia, Head of Section, Hispanic Affairs and Consular Coordination Section, Embassy of Mexico วิทยากรได้บรรยายเกี่ยวกับ Executive Actions on Immigration สรุปสาระสำคัญ ดังนี้

เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2557 ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้ออกแถลงการณ์เกี่ยวกับการเข้าเมือง (Immigration) โดยมีความพยายามที่จะแก้ไขระบบ Immigration ในหลายประเด็น อาทิ การขยายเวลาโครงการ DACA และริเริ่มโครงการ Deferred Action for Parents of Americans and Lawful Permanent Residents (DAPA) นอกจากนี้ยังให้อำนาจ Department of Homeland Security (DHS) สหรัฐฯ ให้ผู้ที่มีคุณสมบัติไม่เป็นภัยต่อสหรัฐฯ ได้รับความคุ้มครองจากการถูกส่งกลับประเทศตนเองเป็นเวลา 3 ปี เพื่อให้กลุ่มคนเหล่านี้ได้อยู่พร้อมหน้ากันทั้งครอบครัว และมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีกว่าเดิม

โครงการ DACA เป็นโครงการสำหรับกลุ่มผู้เยาว์ที่อาศัยอยู่ในสหรัฐฯ อย่างผิดกฏหมาย โดยต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้

  1. อายุไม่เกิน 31 ปี ณ วันที่ 15 มิถุนายน 2555
  2. เข้ามาในสหรัฐฯ ก่อนอายุ 16 ปีบริบูรณ์
  3. อาศัยอยู่ในสหรัฐฯ อย่างต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน 2550 จนถึงปัจจุบัน
  4. อยู่ในสหรัฐฯ ณ วันที่ 15 มิถุนายน 2555 และในช่วงเวลาที่ยื่นคำร้องกับ USCIS
  5. ไม่มีสถานะที่ถูกต้อง ณ วันที่ 15 มิถุนายน 2555
  6. กำลังศึกษาอยู่ หรือจบการศึกษาแล้ว หรือกำลังจบการศึกษาในระดับมัธยมศึกษา และได้รับผล General Education Development (GED) หรือเป็นผู้ที่ปลดประจำการจาก U.S. Coast Guard / Armed Forces of United States
  7. ไม่ต้องโทษร้ายแรง หรือลหุโทษขั้นร้ายแรง หรือต้องลหุโทษ 3 ข้อหาหรือมากกว่านั้น และไม่เป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติและสังคม

โครงการ DAPA เป็นโครงการสำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในสหรัฐฯ อย่างผิดกฎหมาย โดยต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้

  1. อาศัยอยู่ในสหรัฐฯ อย่างต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2553 จนถึงปัจจุบัน
  2. อยู่ในสหรัฐฯ ณ วันที่ 20 พฤศจิกายน 2557 และในช่วงเวลาที่ยื่นคำร้องขอ DAPA กับ USCIS
  3. ไม่มีสถานะที่ถูกต้อง ณ วันที่ 20 พฤศจิกายน 2557
  4. ณ วันที่ 20 พฤศจิกายน 2557 มีบุตร / บุตรี ไม่จำกัดสถานะการแต่งงานหรืออายุ เป็น U.S. Citizen หรือ Lawful Permanent Resident (LPR) และไม่ต้องโทษร้ายแรง หรือลหุโทษขั้นร้ายแรง หรือลหุโทษ 3 ข้อหา หรือมากกว่านั้น และไม่เป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติและไม่เป็นผู้ที่ถูกจัดอยู่ในประเภทจะต้องถูกส่งกลับกลับประเทศเป็นลำดับต้นๆ

โดยทั่วไปผู้ที่ได้รับความคุ้มครองจากการถูกส่งกลับจะมีสิทธิอยู่ในสหรัฐฯ เป็นการชั่วคราวโดยไม่ต้องกลัวที่จะถูกส่งกลับอีกทั้งได้รับสิทธิต่างๆ ดังนี้

  1. ได้รับอนุญาตทำงานอย่างถูกกฏหมายในสหรัฐฯ
  2. สามารถขอ Social Security Number (SSN) ได้
  3. สามารถขอใบขับขี่ได้ในหลายมลรัฐ และในบางกรณีสามารถขออนุญาตเดินทางไปต่างประเทศได้

ในวันเดียวกัน (วันที่ 20 พฤศจิกายน 2557) DHS ได้มีบันทึกเรื่อง Policies for the Apprehension, Detention and Removal of Undocumented Immigrants ซึ่งมีผลบังคับใช้กับ U.S. Immigration and Customs Enforcement (ICE) และ U.S. Customs and Border Protection (CBP) และ USCIS โดยจะมีหลักเกณฑ์ในการส่งกลับนักโทษแบ่งเป็น 3 ระดับ ได้แก่

ระดับที่ 1 เป็นนักโทษคดีร้ายแรง เป็นภัยต่อสังคมและประเทศชาติ หรือเป็นผู้ที่พยายามลักลอบเข้ามายังสหรัฐฯ ในเขตชายแดนก็จะถูกส่งตัวกลับเป็นลำดับแรก

ระดับที่ 2 เป็นผู้ที่ทำความผิดลหุโทษที่กระทำความผิด 3 ข้อหาหรือมากกว่า หรือทำความผิดลหุโทษขั้นร้ายแรง

ระดับที่ 3 เป็นผู้ที่ถูกคำสั่งให้ถูกส่งกลับในวันที่ 1 มกราคม 2557 หรือหลังจากนั้น หากพิสูจน์ให้เจ้าหน้าที่ Immigration ตัดสินได้ว่าเป็นผู้ที่ไม่เป็นภัยต่อระบบ Immigration หรือมีข้อบ่งชี้ให้เห็นว่าไม่ใช่ enforcement priority ก็จะไม่ถูกส่งตัวกลับ

ล่าสุดภายหลังจากที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ออกแถลงการณ์ Maricopa County มลรัฐ Arizona ได้ยื่นฟ้องร้องต่อศาลรัฐบาลกลางที่กรุงวอชิงตัน เกี่ยวกับโครงการ DACA ต่อมาผู้แทนจาก 25 มลรัฐ ได้ยื่นฟ้องร้องทำนองเดียวกันที่ศาลรัฐบาลกลางในมลรัฐ Texas อย่างไรก็ดี มีมลรัฐที่ให้การสนับสนุน 15 มลรัฐ และ District of Columbia รวมทั้งองค์กรอิสระต่างๆ หลังจากที่ศาลรัฐบาลกลางที่กรุงวอชิงตัน ตัดสินยกฟ้องคดี ส่วนศาลรัฐบาลกลางที่มลรัฐ Texas ได้ตัดสินยับยั้งโครงการ DAPA และการขยายเวลาโครงการ DACA เมื่อ 16 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา และฝ่ายบริหารได้มีการยื่นเรื่องไปยังศาลอุทรธณ์เพื่อสานต่อโครงการดังกล่าว และเมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ศาลอุทรธรณ์ได้มีคำสั่งตัดสินในทำนองเดียวกับศาลรัฐบาลกลางมลรัฐ Texas

ทั้งนี้ ปัจจุบัน USCIS ยังไม่รับคำร้องสำหรับผู้ที่จะยื่นในโครงการขยายเวลา DACA และโครงการ DAPA เนื่องมาจากคำตัดสินในวันที่ 16 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา แต่ยังคงรับคำร้องจากผู้ที่จะยื่นขอโครงการ DACA ที่มีคุณสมบัติตรงตามที่ประกาศไว้เมื่อเดือนมิถุนายน 2555

สำหรับพี่น้องชาวไทยที่ต้องการปรึกษาเกี่ยวกับ Executive Actions on Immigration รวมทั้งข้อดี ข้อเสีย และผลกระทบ ก็อาจจะพิจารณาติดต่อองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรที่จะสามารถให้ความช่วยเหลือให้คำปรึกษาด้านกฎหมาย การยื่นคำร้อง และช่วยเหลือด้านค่าธรรมเนียม อาทิ

  1. Administrative Relief Resource Center http://www.adminrelief.org
  2. Catholic Legal Immigration Network https://cliniclegal.org/
  3. American Immigration Association http://www.aila.org/
  4. Immigration Advocates Network http://www.immigrationadvocates.org/
  5. http://www.immigrationlawhelp.org

 

ศรัณย์ สุวรรณเนตร