สาระกงสุลน่ารู้ฉบับที่ 21 : คำแนะนำสำหรับการเดินทางไปสหรัฐอเมริกา

สหรัฐอเมริกา The Land of Opportunity นับเป็นประเทศยอดฮิตระดับต้นๆ ที่ทุกคนใฝ่ฝันว่าจะได้เดินทางมาเยี่ยมเยือนสักครั้ง ซึ่งในฉบับนี้ผู้เขียนมีความประสงค์ที่จะแบ่งปันข้อมูลเบื้องต้นคร่าว ๆ ให้แก่ท่านที่สนใจอยากจะมาสัมผัสความเป็นอยู่ เพื่อให้การเดินทางมาสหรัฐอมริกาของท่านปลอดภัย ราบรื่นและสบายใจกันขึ้นในชั้นหนึ่งค่ะ

การเข้าเมือง กฏหมายที่สำคัญ และข้อพึงปฏิบัติ
1. การเดินทางเข้าสหรัฐฯ ต้องมีหนังสือเดินทาง (Passport) อายุไม่น้อยกว่า 6 เดือน และต้องมีการตรวจลงตรา (Visa) ที่ยังมีอายุการใช้งาน
2. กฏหมายสหรัฐฯ กำหนดให้ผู้เดินทางเข้า-ออกสหรัฐฯ ที่ถือเงินเกินกว่าหนึ่งหมื่นดอลลาร์สหรัฐฯ เงินดังกล่าวหมายถึงเงินสดสกุลดอลลาร์สหรัฐและเงินสดสกุลต่างๆ รวมทั้ง Travel Checks ต้องยื่นแบบฟอร์มแสดงจำนวนเงินที่มีอยู่จริงต่อเจ้าหน้าที่ US Customs and Border Protection ที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง หากท่านแจ้งข้อมูลไม่ตรงหรือแจ้งต่ำกว่าความเป็นจริง ท่านอาจจะถูกยึดเงินดังกล่าวได้ โดยในการขอรับเงินคืนต้องทำเป็นหนังสือชี้แจงเหตุผลที่ไม่ได้แจ้งจำนวนเงินดังกล่าว รวมทั้งถูกปรับค่าธรรมเนียมอีก 10 เปอร์เซ็นต์
3. ผู้ที่ประสงค์จะลงทะเบียนเรียนในสถาบันสอนภาษาในสหรัฐฯ ขอให้พึงระวังการเข้าเรียนเต็มเวลา คือ ควรเรียน 18 ชั่วโมง/สัปดาห์ รวมทั้งการได้วีซ่านักเรียน (F1) จะต้องไม่ทำงานนอกแคมปัสด้วย
4. การอยู่เกินกำหนดที่ได้รับอนุญาต หรือ (Overstay) หรือพยายามหลบหนีการขอตรวจสอบหรือจับกุม ผู้กระทำผิดจะต้องรับโทษตามกฏหมายของสหรัฐฯ และถูกส่งตัวกลับประเทศไทย
5. สำหรับผู้ที่เดินทางเข้ามาในสหรัฐฯ ในโครงการ Work and Travel หรือโครงการ Au pair ควรพิจารณาเงื่อนไข ขอบเขตการดูแลของบริษัท และการรับประกันความเสี่ยง และประวัติความน่าเชื่อถือของบริษัทตัวแทนทั้งในประเทศ และต่างประเทศ ก่อนการตัดสินใจเข้าร่วมโครงการด้วย รวมทั้งในสัญญาจ้างควรมีระบุว่าเมื่อเดินทางถึงสหรัฐฯ แล้วจะมีงานให้ทำจริง จะได้งานทำสัปดาห์ละกี่ชั่วโมง โดยควรระบุประเภท/ลักษณะงาน และข้อมูลที่พักให้ชัดเจน เพื่อป้องกันปัญหาที่มักเกิดขึ้นเสมอ หากไม่มีงานให้ทำควรระบุในสัญญาให้มีการคืนเงินเต็มจำนวน
6. ห้ามนำผัก ผลไม้สด และอาหารที่เป็นผลิตผลจากสัตว์เข้าสหรัฐฯ
7. ควรระวังสำคัญ อย่ารับขนของต่าง ๆ โดยเฉพาะผ่านการว่าจ้างโดยคนแปลกหน้า เพราะท่านอาจขนสิ่งขอที่ผิดกฎหมายโดยไม่รู้ตัว เช่น ชิ้นส่วนอาวุธ สิ่งเสพติด หรือสารต้องห้าม
8. การเดินทางเข้า-ออกนอกสหรัฐฯ โดยเครื่องบิน เจ้าหน้าที่จะไม่อนุญาตให้นำของเหลวปริมาณเกิน 3 ออนซ์ หรือ 85 กรัม ขึ้นเครื่องบิน หากจำเป็นต้องนำยาหรืออาหารควบคุมติดตัวไปด้วย ต้องยื่นเอกสารชี้แจงต่อเจ้าหน้าที่ TSA (Transportation Security Administration) สำหรับสัมภาระที่ต้องการจัดเก็บใต้ท้องเครื่องบิน ไม่ควรล็อกกุญแจ เจ้าหน้าที่อาจเปิดสัมภาระเพื่อตรวจสิ่งของ
9. การเดินทางออกนอกสหรัฐฯ โดยเครื่องบิน ควรไป Check-in ที่สนามบินล่วงหน้าอย่างน้อย 3 ชั่วโมง และการเดินทางภายในสหรัฐฯ โดยเครื่องบิน ควรไป Check-in ที่สนามบินล่วงหน้าอย่างน้อย 2 ชั่วโมง
10. กรณีเดินทางเข้า-ออกสหรัฐฯ มากกว่าหนึ่งครั้ง (Multiple entry) เช่น เดินทางต่อไปยังแคนาดา เม็กซิโก หรือล่องเรือไปยังหมู่เกาะต่างๆ หากต้องการกลับเข้าสหรัฐฯ อีกครั้ง ควรตรวจสอบระยะเวลาที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง (immigration) ประทับตราให้ และต้องขอรับการตรวจลงตราของประเทศที่จะเดินทางไปให้เรียบร้อย
11. หากท่านประสบเหตุร้ายหรือได้รับความเดือดร้อน ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ โทร. 911 และแจ้งสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงวอชิงตัน หรือสถานกงสุลใหญ่ ณ นครนิวยอร์ก / ชิคาโก / ลอสแองเจลิส ตามพื้นที่ที่เกิดเหตุ
12. ควรทำสำเนาเอกสารราชการส่วนตัว และเอกสารการเดินทาง ที่อยู่ และเบอร์โทรศัพท์ไว้ และอาจเก็บในรูปอีเมล์ด้วยเพื่อความสะดวกในการดึงข้อมูล
13. สหรัฐฯ มีการบังคับใช้กฏจราจรที่เคร่งครัด และมีบทลงโทษต่อผู้กระทำผิดค่อนข้างรุนแรง ซึ่งรวมถึงการขับรถขณะเมาสุรา การใช้ความเร็วเกินกำหนด หรือการทำผิดกฏจราจรในรูปแบบอื่นๆ ด้วย

ความปลอดภัยและความมั่นคง
ภายหลังเหตุการณ์ก่อการร้ายในสหรัฐฯ เมื่อหลายปีก่อน ทำให้มาตรการรักษาความปลอดภัยของสหรัฐฯ เพิ่มเติมขั้นตอนรักษาความปลอดภัยขึ้นเป็นอย่างมาก ซึ่งทำให้หลายๆ ท่านไม่สามารถฟันฝ่าจนสามารถได้มาสัมผัสประสบการณ์ที่ประเทศสหรัฐฯ จึงทำให้เราควรตระหนักถึงการรักษาสถานะวีซ่าของตัวเราเอง ให้ตรง เวลา และตรงไปตรงมาอยู่เสมอ https://www.tsa.gov/travel

 

 

 

อาชญากรรม
ในเมืองใหญ่และบางพื้นที่ที่มีความเสี่ยง นักท่องเที่ยวควรระมัดระวังและลดพฤติกรรมเสี่ยงที่อาจเกิดปัญหาการชิงทรัพย์และอาชญากรรม เช่น การเดินทางในที่เปลี่ยว หรือในเวลากลางคืน การนำเงินสดหรือของใช้มีค่าแสดงในที่สาธารณชนอย่างชัดเจน

 

 

 

สาธารณสุข
สหรัฐฯ มีเทคโนโลยีด้านการแพทย์สูง จึงทำให้การรักษาพยาบาล หากไม่ใช่เหตุฉุกเฉินต้องติดต่อขอนัดเวลาล่วงหน้า ค่ารักษาพยาบาลสูงมากหากไม่มีประกันสุขภาพ
ภัยพิบัติธรรมชาติ
ให้ท่านศึกษาบริเวณที่ท่านจะเดินทางไปอย่างละเอียด ในบางพื้นที่อาจมีความเสี่ยงต่อการเกิดภัยพิบัติธรรมชาติตามลักษณะทางภูมิศาสตร์ เช่น แผ่นดินไหว หรือไฟป่าในฤดูร้อน และมรสุมเข้าทางทะเล เช่น พายุเฮอริเคนทางฝั่งทะเลตะวันออกบริเวณมลรัฐลุยเซียนา เท็กซัส ฟลอริดา และพายุทอร์นาโดในช่วงปลายฤดูร้อนเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วงในบริเวณพื้นที่โซนร้อนของสหรัฐฯ นอกจากนี้ในฤดูหนาว พื้นที่ที่มีหิมะปกคลุมไม่สะดวกในการเดินทาง ส่วนผู้ที่เป็นภูมิแพ้อาจแพ้เกสรดอกไม้ในฤดูใบไม้ผลิในหลายพื้นที่ อย่างไรก็ตามการพยากรณ์อากาศของสหรัฐฯ ค่อนข้างละเอียด แม่นยำ และมีการรายงานทุกๆ ชั่วโมง ทำให้เรามีโอกาสเตรียมตัวก่อนการเดินทางได้มาก

การคมนาคม
• ระบบขนส่งสาธารณะมีมาตรฐานที่ดี สะดวกสบาย ทั้งการเดินทางภายในตัวเมืองและระหว่างรัฐ ไม่ว่าจะเป็นทางเครื่องบิน / รถไฟ / รถไฟฟ้าใต้ดิน หรือรถบัส
• การใช้บริการรถโดยสารประจำทางควรเตรียมเงินให้พอดีกับค่าบริการ เพราะไม่มีบริการทอนเงิน โดยส่วนให้
พลเมืองสหรัฐฯ ที่ใช้ช่องทางขนส่งประจำทางเป็นประจำจะมีบัตรโดยสารอัตโนมัติ เพื่อใช้สแกนค่าโดยสาร ซึ่งทำให้สะดวกรวดเร็วมาก ใช้ได้ทั้งรถเมล์ และรถไฟใต้ดิน
• รถแท็กซี่ใช้ระบบมิเตอร์และส่วนใหญ่มีอัตราค่าบริการแสดงไว้ ค่าโดยสารยังไม่รวมค่าทิป สามารถจ่ายค่าโดยสารได้ด้วยเงินสด และบัตรเครดิต
• การเช่ารถเป็นที่นิยม มีให้เลือกหลายราคา ผู้เช่าควรศึกษากฏจราจรให้รอบคอบ โยแต่ละรัฐมีกฎหมายที่แตกต่างกัน หลาย ๆ รัฐกำหนดให้ใช้ใบขับขี่ในประเทศตนเองเป็นหลัก (บัตรแข็ง) และใบขับขี่ระหว่างประเทศที่ทางการใช้เป็นการแปลเอกสารเท่านั้น ดังนั้น บริษัทเช่ารถจะต้องใช้บัตรขับขี่หลักในการอนุญาตให้เช่ารถ แต่ในบางรัฐฯ อาจกำหนดใช้เฉพาะใบขับขี่ระหว่างประเทศเป็นหลัก จึงแนะนำว่า ให้ถือใบขับขี่หลักและใบขับขี่ระหว่างประเทศทั้งสองมาด้วย
• อีกประเด็นหนึ่งที่สำคัญ เวลาเช่ารถในอเมริกา ขอแนะนำให้ทำประกันแบบครบวงจร แม้ว่าจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น แต่ถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญมากหากเกิดอุบัติเหตุทั้งที่ฝ่ายเราหรือฝ่ายตรงข้ามจะผิด ค่ารักษาพยาบาล ค่าเสียหายและการเรียกร้องค่าเสียหายจะแพงมาก กันไว้ดีกว่าแก้

เว็บไซด์ระบบขนส่งรถไฟสาธารณะในเขตวอชิงตัน : https://www.wmata.com/

 

💡 เพื่อเป็นข้อมูลในการติดต่อขอความช่วยเหลือกับหน่วยงานราชการไทยในสหรัฐฯ ท่านสามารถติดต่อกับทางสถานเอกอัครราชทูต และสถานกงสุลใหญ่ 3 แห่งในสหรัฐอเมริกา

 

Royal Thai Embassy, Washington, D.C.
1024 Wisconsin Ave. NW., Suite 401
Washington, D.C. 20007
Tel. (202)944-3600 Fax (202)944-3611
http://thaiembdc.org/
Email: info@thaiembdc.org
Emergency Hot Line: (202)999-7690

 

 

 

 

Royal Thai Consulate-General, New York
351 East 52nd Street New York, NY 10022
Tel. (212)754-1770, 754-2536-8, 754-1896
Fax (212)754-1907
http://www.thaicgny.com/
Email: info@thaicgny.com
Emergency Hot Line: (646)842-0864

 

 

 

 

 

Royal Thai Consulate-General, Chicago
700 North Rush Street, Chicago, IL 60611
Tel. (312)664-3129 Fax (312)664-3230
http://www.thaiconsulatechicago.org/
Email: infor@thaiconsulatechicago.org
Emergency Hot Line: (312)498-1205

 

 

 

Royal Thai Consulate-General, Los Angeles
611 North Lachmont Boulevard, 2nd Floor
Los Angeles, CA 90004
Tel. (323)962-9574-77 Fax (323)962-2128
http://www.thaiconsulatela.org/
Email: info@ThaiConsulateLA.org
Emergency Hot Line: (323)580-4222

 

 

 

💡 สำหรับข้อมูลการติดต่อเอกสารราชการไทยเบื้องต้น รวมถึงการต่ออายุหนังสือเดินทางไทย หรือเอกสารไทยต่างๆ ในต่างประเทศในเขตอาณาของกรุงวอชิงตัน ท่านสามารถโทรศัพท์ติดต่อกับฝ่ายกงสุลได้ที่เบอร์โทรศัพท์ (202)684-8493 กด 0 ติดต่อเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ ระหว่างเวลาราชการ วันจันทร์-วันศุกร์ 09.00น. – 17.00น. หรือเข้าชมรายละเอียดบนเว็บไซต์ http://thaiembdc.org/th/consular-services/

สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงวอชิงตัน ขอให้ทุกท่านเดินทางโดยสวัสดิภาพ และราบรื่นในทุกๆ การเดินทางค่ะ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าข้อมูลเบื้องต้นนี้อาจช่วยเป็นไอเดียในการเตรียมตัวให้กับท่านและครอบครัวได้บ้างค่ะ หากต้องการแนะนำติชมเพิ่มเติม ขอความกรุณาท่านติดต่อทางอีเมล์เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ (ฝ่ายกงสุล) ได้ที่ Email: consularpr@thaiembdc.org และพบกันใหม่อีกครั้งกับสาระกงสุลน่ารู้ฉบับที่ 22 ในเร็วๆ นี้ค่ะ
ขอขอบคุณทุกท่านสำหรับการติดตามไว้ในฉบับนี้ด้วยค่ะ

สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงวอชิงตัน
ณัฐพร ซิมเมอร์แมน – รายงาน

(สิงหาคม 2561)