การบรรยาย/สัมมนาพิเศษออนไลน์ : ภูมิคุ้มกันสำหรับคนไทยในช่วงเปลี่ยนผ่านโควิดตามแนวทาง “แบ่งปัน พอเพียง ยั่งยืน”

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 2 พ.ค. 2564 สอท. ณ กรุงวอชิงตัน คผถ. ณ นครนิวยอร์ก สกญ. ณ นครนิวยอร์ก สกญ. ณ นครชิคาโก และ สกญ. ณ นครลอสแอนเจลิส จัดการบรรยาย/สัมมนาพิเศษออนไลน์ภายใต้หัวข้อ ภูมิคุ้มกันสำหรับคนไทยในช่วงเปลี่ยนผ่านโควิดตามแนวทาง “แบ่งปัน พอเพียง ยั่งยืน” โดยได้เรียนเชิญวิทยากรพิเศษ 2 ท่าน ได้แก่ ศาสตราจารย์พิเศษธงทอง จันทรางศุ รองประธานกรรมการบริหารมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย และ ออท. อดิศักดิ์ ภาณุพงศ์ กรรมการมูลนิธิฯ และที่ปรึกษาโครงการกําลังใจในพระดําริ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิตติยาภา มาให้ความรู้ ข้อคิดเห็น และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ตรงให้ชุมชนไทยในสหรัฐฯ เพื่อเป็นแนวทางการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันและศักยภาพให้ตนเองและครอบครัว ทั้งในการรับมือกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิดและการเตรียมความพร้อมสำหรับการดำรงชีวิตต่อไปในอนาคต โดยมี ออท. วิทวัส ศรีวิหค ออท. ผทถ. ณ นครนิวยอร์ก ให้เกียรติเป็นผู้ดำเนินรายการ ออท. มนัสวี ศรีโสดาพล ออท. ณ กรุงวอชิงตัน กล่าวเปิดงาน และมี กสญ. ณ นครนิวยอร์ก กสญ. ณ นครชิคาโก และ กสญ. ณ นครลอสแอนเจลิส ร่วมแลกเปลี่ยนความเห็นด้วย การบรรยายครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมรับฟังกว่า ๑๒๐ คน จากทั่วสหรัฐฯ

ออท. มนัสวีฯ กล่าวถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ทั่วโลกในช่วงที่ผ่านมาว่า ส่งผลกระทบทั้งต่อสภาวะเศรษฐกิจและความเป็นอยู่ของประชาชนอย่างกว้างขวาง อย่างไรก็ตาม การบริหารจัดการของรัฐบาลสหรัฐฯ ดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพ อาทิ การฉีดวัคซีนกว่า 100 ล้านเข็มทั่วประเทศ และมาตรการฟื้นฟูเศรษฐกิจต่าง ๆ ของ ปธน. ไบเดน ทั้งนี้ ออท. ได้แสดงความห่วงใยต่อชุมชนไทยในสหรัฐฯ และเชื่อมั่นว่า คนไทยมีความคล่องตัวสูง ปรับตัวได้ดี มีความสามัคคี และมีน้ำใจต่อกัน จึงน่าจะสามารถสร้างภูมิคุ้มกันและทักษะใหม่ ๆ ผ่านความท้าทายในปัจจุบันไปได้ อีกทั้งได้ถือโอกาสนี้ขอบคุณวิทยากรทั้งสองท่านที่ให้เกียรติมาร่วมบรรยายในวันนี้ โดยเฉพาะการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ที่จะเป็นตัวอย่างให้ชุมชนไทยในสหรัฐฯ ที่รับฟังอยู่นำไปปรับใช้ ไม่ว่าจะเป็นวัยเรียน วัยทำงาน หรือวัยเกษียณ เพื่อตั้งรับภัยด้านสาธารณสุขทั้งในปัจจุบันและอนาคต รวมถึงสามารถมีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืนในโลกที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วได้

ศาสตราจารย์พิเศษธงทองฯ เล่าถึงวัดคณิกาผล (วัดใหม่ยายแฟง) ที่มีคนเล่ากันต่อ ๆ มาว่าคุณยายแฟงผู้เป็นเจ้าของสำนักหญิงงามเมืองในสมัยรัชการที่ 3 บริจาคเงินสร้างวัดให้ทุกคนเข้าไปทำบุญที่วัดได้โดยไม่มีการแบ่งฝักฝ่าย และวัดยังอยู่มาจนถึงปัจจุบัน แสดงให้เห็นถึงการแบ่งปัน ความพอเพียง และความยั่งยืน อีกทั้งได้ยกตัวอย่างเพิ่มเติมถึงเหตุการณ์ปัจจุบันในช่วงที่ต้องอยู่บ้านลดการแพร่เชื้อ ก็สามารถส่งเงินหรืออาหารไปช่วยเหลือแพทย์และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขได้ รวมถึงอุดหนุนอาหารและข้าวของเครื่องใช้จากร้านค้าแถวบ้านได้ในเวลาเดียวกัน ก่อนจะเล่าย้อนไปสมัยที่เดินกลับจากงานวันฉัตรมงคลวันบรมราชาภิเษกท่ามกลางอากาศร้อน และชื่นใจกับรอยยิ้มและน้ำใจของคนไทยที่แจกอาหารและน้ำดื่มเย็น ๆ ตลอดทาง หากมองในมุมที่กว้างขึ้น มูลนิธิพระดาบส ก่อตั้งขึ้นโดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 เพื่อสอนความรู้ที่คนสามารถนำไปประกอบอาชีพได้ทันที หรือการก่อตั้งโรงเรียนราชประชาสมาสัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ซึ่งแปลว่า พระเจ้าแผ่นดินและประชาชนอาศัยและพึ่งพาซึ่งกันและกัน เพื่อให้เด็กที่มีพ่อแม่เป็นโรคเรื้อนได้เรียนหนังสือและไม่โดนสังคมรังเกียจ กล่าวได้ว่าการต่อสู้กับโรคระบาดต้องอาศัยความร่วมมือของคนทุกภาคส่วนไม่ใช่เฉพาะกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งการช่วยเหลือเกื้อกูลกันตามกำลังความสามารถควรเป็นคติที่ทุกคนยึดถือในช่วงวิกฤตในปัจจุบันเช่นกัน

ออท. อดิศักดิ์ฯ แสดงความยินดีที่ได้คุยกับเพื่อนคนไทยในสหรัฐฯ โดยเริ่มจากเห็นด้วยกับศาสตราจารย์พิเศษธงทองฯ ที่ประจักษ์ถึงความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ของคนไทย และเล่าถึงกิจกรรมครอบครัวที่ทำ face shields และหน้ากากผ้า แจกจ่ายไปยังโรงพยาบาลและมูลนิธิต่าง ๆ ยังความสุขถึงทุกคนรวมถึงคนในครอบครัวด้วย ก่อนที่จะเล่าถึงการทำงานกับมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ที่มีสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงเป็นองค์ประธานกรรมการมูลนิธิฯ และได้ทรงสืบสานพระราชดำริของรัชกาลที่ 9 ภายใต้แนวทาง “แบ่งปัน พอเพียง ยั่งยืน” ซึ่งไม่เพียงพระราชทานสิ่งจำเป็นต่าง ๆ แต่เพิ่มภารกิจการป้องกันและฟื้นฟูคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืนด้วย เพื่อให้ประชาชนสามารถคิดพึ่งตนเอง โดยมีกรอบการทำงานที่เกิดจากเครือข่ายร่วมของทั้งภาครัฐและภาคประชาสังคม มีการสร้างโครงสร้างพื้นฐานและสอนการใช้เทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดการแบ่งปันและความเป็นอยู่อย่างพอเพียงที่ยั่งยืนในชุมชน นอกจากนี้ ออท. อดิศักดิ์ฯ ได้กล่าวถึงปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้เพื่อช่วยคลี่คลายผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ได้ โดยใช้หลัก 3 ห่วง 2 เงื่อนไข คือ ห่วง 1 – พอประมาณไม่เบียดเบียนใคร ห่วง 2 – มีเหตุผลรอบคอบ ห่วง 3 – ภูมิคุ้มกันพร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลง เงื่อนไข 1 – มีความรู้เรื่องโรคและการฉีดวัคซีน และเงื่อนไข 2 – มีคุณธรรมห่วงใยสุขภาพคนรอบข้าง จะทำให้สามารถดำเนินชีวิตอย่างระมัดระวัง เตรียมแก้ไขปัญหาที่จะเกิดขึ้น และปรับตัวใช้ชีวิต new normal ได้ ตามที่ ดร. สุเมธฯ เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา เคยเล่าว่า ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงเคยรับสั่งว่า รู้ไหมทำไมประเทศไทยถึงยังรอดวิกฤตต่างๆ มาได้ “เพราะคนไทยยังให้กันอยู่” ซึ่งเป็นคุณลักษณะของคนไทยไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนในโลก

ต่อข้อซักถามก่อนจบการบรรยายพิเศษ วิทยากรแนะนำให้ทุกคนดูแลตนเองให้ดี ศึกษาเรื่องวัคซีนและฉีดให้ครบเมื่อมีโอกาส เอื้อเฟื้อภายในครอบครัวและเพื่อนสนิทโดยคอยช่วยเหลือกัน แลกเปลี่ยนสารทุกข์สุกดิบและประคับประคองให้ผ่านความยากลำบากไปด้วยกัน อีกทั้งรู้จักใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ ๆ ให้ทันกับโลกยุคดิจิทัล เพื่อให้สามารถดำเนินชีวิตแบบ new normal ได้อย่างไม่ลำบาก หากใครมีกำลังพอก็ช่วยเหลือคนอื่น มอบกำลังใจให้แก่กัน เพราะยิ่งแบ่งปันก็จะส่งต่อการให้แบบไม่มีที่สิ้นสุด ทั้งนี้ คนไทยในสหรัฐฯ สามารถติดตามข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ ได้จากเว็บไซต์ของ สอท. และ สกญ. 3 แห่งในสหรัฐฯ