ขั้นตอนการเดินทางเข้าประเทศไทยช่วงสถานการณ์ฉุกเฉิน

ตามที่สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) ได้ออกประกาศเรื่อง เงื่อนไขในการอนุญาตให้อากาศยานทำการบินเข้าออกประเทศไทย (ฉบับที่ 2) ณ วันที่ 2 ก.ค. 2563 และเงื่อนไขในการอนุญาตให้อากาศยานทำการบินเข้าออกประเทศไทย (ฉบับที่ 3) ณ วันที่ 3 ส.ค. 2563 เพิ่มเติม เพื่อให้ผู้เกี่ยวข้องมีแนวทางการปฏิบัติที่สอดคล้องกับข้อกำหนดออกตามความมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินฯ และคำสั่งศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้บุคคลประเภทต่าง ๆ ที่ได้รับอนุญาตสามารถเดินทางเข้าราชอาณาจักรได้มากขึ้น สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงวอชิงตัน สถานกงสุลใหญ่ ณ นครนิวยอร์ก สถานกงสุลใหญ่ ณ นครลอสแอนเจลิส และ สถานกงสุลใหญ่ ณ นครชิคาโก ได้รับอนุมัติให้จัดทำเที่ยวบินส่งคนไทยกลับจากสหรัฐฯ โดยมีรายละเอียดดังนี้

ประกาศล่าสุด (ข้อมูลวันที่ 28 กันยายน 2564)

  • มาตรการการกักตัว (สำหรับผู้เดินทางเข้าประเทศไทยทุกสัญชาติ) ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2564 เป็นต้นไป อ่านประกาศที่นี่
    * สำหรับผู้เดินทางที่จะเดินทางถึงไทยตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2564 ที่ได้รับ COE ที่ออกก่อนวันที่ 28 กันยายน 2564 แล้ว สามารถใช้ COE ฉบับเดิมเพื่อเดินทางเข้าประเทศไทยได้ โดยด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ จะพิจารณาเอกสาร vaccine certificate ของผู้เดินทางและลดหย่อนระยะเวลากักกันแก่ผู้เดินทางตามมาตรการสาธารณสุขในขณะนั้น
  • ผู้เดินทางเข้าประเทศไทยทุกคน ต้องขอหนังสือรับรอง Certificate of Entry (COE) สำหรับการเดินทางเข้าประเทศไทย ผ่านระบบ coethailand.mfa.go.th

ขั้นตอนการเดินทางเข้าประเทศไทย

ขั้นตอน 1 เตรียมเอกสารการเดินทาง

  • บุคคลผู้มีสัญชาติไทย (กรณีใช้หนังสือเดินทางสหรัฐฯ หรือไม่ใช่บุคคลสัญชาติไทย คลิกที่นี่)
  • มีหนังสือเดินทางไทยที่ยังมีอายุการใช้งาน (หรือเอกสารการเดินทางฉุกเฉิน – ETD) กรณีหนังสือเดินทางหมดอายุและต้องการเดินทางเร่งด่วน ให้ยื่นเรื่องขอ เอกสารการเดินทางฉุกเฉิน – ETD โดยติดต่อกับสำนักงานกงสุลในเขตการดูแล (ตรวจสอบได้ที่นี่)

 

ขั้นตอน 2  ลงทะเบียนขอ Certificate of Entry (COE)

ลงทะเบียนขอหนังสือรับรองการเดินทางเข้าประเทศไทย (Certificate of entry – COE)

  • ลงทะเบียนที่coethailand.mfa.go.thเลือกช่องคนไทย และเลือกหน่วยงานกงสุลในสหรัฐฯ คลิกที่นี่
  • กรอกแบบฟอร์มพร้อม upload หน้าข้อมูลหนังสือเดินทาง (ใช้ไฟล์ JPEG หรือไฟล์ PDF)
  • เมื่อลงทะเบียนเรียบร้อยแล้ว จะได้หมายเลขอ้างอิง 6 หลัก เพื่อใช้ตรวจสอบผลการพิจารณาผ่านเว็บไซต์
  • สถานเอกอัครราชทูต / สถานกงสุลใหญ่ จะใช้เวลาพิจารณาอนุมัติ pre-approve 3 วันทำการ
  • เมื่อได้รับการอนุมัติ pre-approve ให้จัดหาตั๋วเครื่องบินและจองโรงแรมกักตัว AQ และอัพโหลดเอกสารภายใน 15 วัน หากเกินกำหนดต้องลงทะเบียนใหม่
  • กรณีเดินทางภายใต้ Phuket Sandbox / Samui Plus อ่านเพิ่มเติมได้ที่ Phuket Sandbox และ Samui Plus

 

หมายเหตุ

  • ระยะเวลาในการยื่นขอประมาณ 7-15 วัน และไม่สามารถยื่นล่วงหน้า 30 วันก่อนวันเดินทาง 
  • คำเตือน หากอยู่ในขั้นตอนลงทะเบียนหรือได้รับ COE แล้ว จะไม่สามารถลงทะเบียนซ้ำได้
  • กรณีเปลี่ยนแปลงเที่ยวบิน ให้ติดต่อเจ้าหน้าที่เพื่อยื่นขอแก้ไข (unlock) COE ใหม่

ขั้นตอน 3 จัดซื้อตั๋วเครื่องบินและที่พักกักตัว

3.1 จัดหาตั๋วเครื่องบิน

  • จัดซื้อตั๋วเครื่องบินตามเที่ยวบินและช่องทางที่ผู้เดินทางสะดวก โดยเป็นเที่ยวบินเข้าสนามบินสุวรรณภูมิ
  • กรณีเดินทางภายใต้ Phuket Sandbox / Samui Plus ให้ปฏิบัติตามหลัก Phuket Sandbox และ Samui Plus

 

3.2 จัดหาที่พักกักตัว

  • ผู้เดินทางเข้าประเทศไทยทุกคนยังคงกักตัว แม้จะได้ฉีดวัคซีนหรือเคยป่วยและหายแล้วก็ตาม
  • เข้าพักกักตัวที่โรงแรมกักตัวทางเลือก (AQ) และต้องจ่ายค่าที่พักเอง ดูข้อมูลรายชื่อโรงแรมได้ที่ www.thaiembdc.org/asq
  • ช่องทางการสำรองสถานที่กักกันตัวทางเลือก (Alternative Quarantine – AQ) มีดังต่อไปนี้

– https://entrythailand.go.th
– 
https://asqthailand.com
– 
https://asq.locanation.com
– 
https://asq.ascendtravel.com
– 
https://agoda.com/quarantineth

  • ยกเว้น การเดินทางเข้าประเทศไทยภายใต้ Phuket Sandbox หรือ Samui Plus ให้ปฏิบัติตามหลัก Phuket Sandbox และ Samui Plus

 

3.3 ระยะเวลาการกักตัว

กำหนดมาตรการการกักตัวสำหรับผู้เดินทางเข้าประเทศไทยทุกสัญชาติ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2564 เป็นต้นไป 

  • กักตัวไม่น้อยกว่า 7 วัน สำหรับผู้ที่มีเอกสารรับรองการฉีดวัคซีน และได้รับวัคซีนแล้วไม่น้อยกว่า 14 วันก่อนวันเดินทาง 
    วัคซีนที่ได้รับต้องเป็นวัคซีนที่ขึ้นทะเบียนกับองค์การอาหารและยาและกระทรวงสาธารณสุขของไทยให้การรับรองแล้วเท่านั้น ได้แก่ (สถานะวันที่ 22 กันยายน 2564)
    (1)  วัคซีน CoronaVac (Sinovac Biotech ltd.) 
    (2)  AstraZeneca หรือ Covishield (AstraZeneca & University of Oxford / SK Bioscience (Korea) / Siam BioScience / Serum Institute of India (SII))
    (3)  Pfizer – BioNTech COVID-19 vaccine หรือ Comimaty (Pfizer Inc.,& BioNTech)
    (4)  Janssen หรือ Janssen/Ad26.COV2.S (Johnson & Johnson Services, Inc.) 
    (5)  Moderna (Moderna Inc.)
    (6)  Sinopharm vaccine หรือ COVILO (Sinopharm Co., Ltd.)
    (7)  Sputnik V (Gamaleya Research Institute of Epidemiology and Microbiology)

 

  • กักตัวไม่น้อยกว่า 10 วัน สำหรับผู้ที่ไม่มีเอกสารรับรองการฉีดวัคซีนครบถ้วน (vaccine certificate) อาทิ ผู้ที่ไม่ได้รับวัคซีนหรือได้รับวัคซีนไม่ครบตามข้อกำหนดของไทยทั้งนี้ ระยะเวลาการกักตัวขึ้นอยู่กับการพิจารณาของเจ้าหน้าที่ควบคุมโรค เมื่อเดินทางถึงประเทศไทย

 

ขั้นตอน 4 ยืนยันคำร้องเพื่อขอรับ Certificate of Entry (COE)

ในขั้นตอนที่ 2 เมื่อได้รับ Pre-approval (COE) และอัพโหลดเอกสาร

  • กรอกข้อมูลการเดินทาง เที่ยวบิน และอัปโหลดตั๋วเครื่องบิน และหลักฐานการชำระเงินหรือหลักฐานยืนยันการจอง AQ (หรือหลักฐานการชำระเงินสำหรับการจองโรงแรม SHA+ ซึ่งรวมค่าใช้จ่ายในการจองที่พักและค่าตรวจหาเชื้อโควิด-19 กรณีที่เดินทางเข้า Sandbox)
  • สถานเอกอัครราชทูต / สถานกงสุลใหญ่ จะใช้เวลาพิจารณาคำร้อง 3-7 วันทำการ

 

เมื่อได้รับอีเมลกรณีเอกสารไม่ครบถ้วน (Reject)

  • ผู้ที่ยังไม่ได้รับอนุมัติ เจ้าหน้าที่จะติดต่อทางอีเมลเพื่อขอเอกสารเพิ่ม
  • ให้ดำเนินการแก้ไขหรือหาเอกสารเพิ่มและใช้รหัส 6 หลักในการอัพโหลดเอกสารลงระบบและรอผล
  • เจ้าหน้าที่จะออก COE ให้ภายใน 3 – 7 วัน หากเอกสารไม่ต้องมีการแก้ไข

 

เมื่อได้รับการอนุมัติ (COE Approved)

  • ผู้ที่ได้รับอนุมัติ สามารถดาวน์โหลดเอกสาร COE ได้ที่เมนู “ตรวจสอบผล” 
  • กรณีที่เที่ยวบินยกเลิก ให้ติดต่อเจ้าหน้าที่เพื่อยื่นขอแก้ไข (unlock)  COE ใหม่
  • ผู้ที่ได้รับอนุมัติ สามารถใช้ COE ได้ภายใน 72 ชั่วโมงในกรณีที่ถูกยกเลิกเที่ยวบินหรือเที่ยวบินล่าช้า
  • คำแนะนำการลงทะเบียนขอรับ COE ออนไลน์ และคู่มือการลงทะเบียน

 

ขั้นตอน 5 เตรียมเอกสารเดินทาง

5.1 จัดหาเอกสารรับรองการไม่มีเชื้อโรคโควิด-19 / เอกสารรับรองการฉีดวัคซีนครบถ้วน กรณีกักตัว 7 วัน

  • หากสายการบินหรือประเทศที่เดินทางผ่าน (กรุณาตรวจสอบกับสายการบินที่ท่านเดินทาง) กำหนดให้ต้องจัดหาผลตรวจ Covid-19  ท่านจะต้องจัดหาผลตรวจ COVID ที่เป็นลบ (Negative COVID-test result) ด้วยวิธี RT-PCR ที่มีอายุไม่เกิน 72 ชั่วโมงหรือตามที่สายการบินระบุ เพื่อแสดงแก่สายการบิน
  • ต้องมีเอกสารรับรองการฉีดวัคซีน ที่ได้รับวัคซีนแล้วไม่น้อยกว่า 14 วันก่อนวันเดินทาง เพื่อยืนยันในการกักตัว 7 วัน
  • ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2564 เป็นต้นไป สำหรับคนไทย ยกเลิกเอกสาร fit to fly และเอกสารรับรองการไม่มีเชื้อโรคโควิด-19  ในการเดินทางเข้าประเทศไทย (ทั้งนี้ สายการบินและท่าอากาศยานอาจกำหนดให้ผู้โดยสารต้องแสดงเอกสารรับรองการไม่มีเชื้อโรคโควิด-19 โปรดตรวจสอบกับสายการบินก่อนเดินทาง)

 

5.2 จัดหาแบบฟอร์ม ต.8 

  • ดาวน์โหลดแบบฟอร์ม ต.8 (แบบฟอร์มคำถามเกี่ยวกับสุขภาพของผู้เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักร) ได้ที่ thaiembdc.org/wp-content/uploads/2020/03/T8_form.pdf
  • หรือลงทะเบียนผ่านระบบ phone application ของท่าอากาศยานไทย https://aot-app.kdlab.ai/ หลังจากเช็คอินเรียบร้อยแล้ว (คู่มือการใช้งาน AOT Airports Application เพื่อกรอกข้อมูลเอกสาร ต.8 แบบออนไลน์ ได้ที่นี่ AOT App 

 

ในวันเดินทาง

  • ในวันเดินทาง ผู้ยื่นคำร้องต้องแสดงหนังสือรับรองการเดินทางเข้าประเทศไทย (COE) และ หลักฐานการชำระเงินหรือหลักฐานยืนยันการจอง AQ หรือโรงแรมที่พักมาตรฐาน SHA+ แก่สายการบิน ด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ และด่านตรวจคนเข้าเมือง มิเช่นนั้น อาจถูกปฏิเสธการเดินทางเข้าประเทศไทย
  • กรณีเข้าพักใน AQ หากสายการบินที่ท่านเลือกใช้บริการมีข้อกำหนดให้ท่านต้องมีใบรับรองแพทย์หรือผลตรวจ COVID-19 แบบ RT-PCR ที่ยืนยันว่าไม่มีเชื้อโรคโควิด–19 ท่านจะต้องจัดหาเอกสารดังกล่าวเพิ่มเติม มิเช่นนั้น ท่านอาจถูกสายการบินนั้น ๆ ปฏิเสธการขึ้นเครื่องได้
  • กรณีเดินทางเข้า Sandbox โปรดเตรียมเอกสารเพิ่มเติมได้แก่ (1) เอกสารรับรองการฉีดวัคซีน (Certificate of Vaccination) ฉบับจริง (2) ใบรับรองแพทย์หรือผลตรวจ COVID-19 แบบ PCR ที่ยืนยันว่าไม่มีเชื้อโรคโควิด–19 และ (3) กรรมธรรม์ประกันภัยที่ครอบคลุมค่าใช้จ่ายในการดูแลสุขภาพและรักษาพยาบาลซึ่งรวมถึงกรณีโรคโควิด-19 ในวงเงินไม่น้อยกว่า 100,000 ดอลลาร์สหรัฐ

 

ผู้เดินทางให้ถือเอกสารที่จัดพิมพ์ออกมาในรูปแบบ hard-copy ผู้เดินทางไม่สามารถใช้เอกสารแบบอิเล็กทรอนิกส์ (เช่น โทรศัพท์มือถือ) เพื่อแสดงต่อเจ้าหน้าที่ได้

1. หนังสือเดินทาง (หรือเอกสารการเดินทางฉุกเฉิน – ETD)
2. ตั๋วเครื่องบิน 
3. ใบจองโรงแรม AQ
4. หนังสือรับรองการเดินทาง (COE)
5. ผลตรวจ Covid-19 ในกรณีที่สายการบินหรือประเทศที่เดินทางผ่านกำหนด
6. เอกสารรับรองการฉีดวัคซีนครบถ้วน ตามเงื่อนไขการกักตัว อ่านมาตรการและประกาศได้ที่นี่ 

เมื่อเดินทางถึงไทยเอกสารที่ยื่นเพิ่มเติม ได้แก่

1. แบบฟอร์ม ต.8
2. เอกสารอื่นๆ ที่สำคัญประกอบการเดินทาง หรือเอกสารเพิ่มเติมตามเงื่อนไขของ Phuket Sandbox และ Samui Plus

 

รายละเอียดการเดินทางและคำถามที่พบบ่อย

การเดินทางเข้าไทย

ต้องรอเที่ยวบินส่งคนไทยกลับเข้าประเทศ (repatriation flight) หรือไม่

ไม่จำเป็น ตามประกาศการเปลี่ยนแปลงแนวทางการเข้ารับการกักกันตัวซึ่งทางราชการกำหนด รวมถึงเที่ยวบินพิเศษ repatriation flight อ่านประกาศได้ที่นี่

ผู้เดินทางสามารถจัดซื้อตั๋วเครื่องบินตามเที่ยวบินและช่องทางที่ผู้เดินทางสะดวก ทั้งนี้ หากเข้าโครงการ Sandbox จะต้องมีตั๋วเครื่องบินระหว่างประเทศเฉพาะที่บินตรงเข้าภูเก็ตเท่านั้น สำหรับเที่ยวบินที่ไปลงสมุยผ่านกรุงเทพฯ สามารถทำได้หากมีการติดต่อกับสายการบินโดยให้เช็คกระเป๋าสัมภาระส่งผ่านไปลงที่เกาะสมุยโดยตรงห้ามรับกระเป๋าสัมภาระที่สุวรรณภูมิ   

สามารถเดินทางเข้าประเทศไทยในช่องทางไหนได้บ้าง

ขณะนี้ประเทศไทยเปิดให้เข้าประเทศได้โดยการขอใบอนุญาต COE และให้ใช้เที่ยวบินเข้าที่สนามบินสุวรรณภูมิ หรือบินตรงเข้าภูเก็ตตามโครงการ Phuket Sandbox หรือบินตรงเข้าเกาะสมุย ตามโครงการ Samui Plus ยังไม่สามารถเดินทางไปยังจังหวัดอื่นๆ หากยังไม่ผ่านกระบวนการกักตัวหรือเข้าร่วมโครงการ Sandbox

สำหรับการเดินทางเข้าประเทศไทยทางบกจากประเทศเพื่อนบ้าน จะต้องผ่านด่านตรวจคนเข้าเมือง และเข้ารับการกักตัวตามระเบียบต่อไป

มีหนังสือเดินทางทั้งของไทยและของสหรัฐฯ ควรใช้เล่มไหนยื่นในการเดินทางกลับเข้าสหรัฐฯ หากกลับไทยช่วงสั้น ๆ 

ควรดูระเบียบของประเทศสหัฐอเมริกาในการถือสองสัญชาติ dual citizenship ว่าให้ใช้พาสปอร์ตอเมริกันในการเดินทางเข้า-ออกสหรัฐอเมริกาเท่านั้น “U.S. nationals, including dual nationals, must use a U.S. passport to enter and leave the United States. Dual nationals may also be required by the foreign country to use its passport to enter and leave that country. Use of the foreign passport to travel to or from a country other than the United States is not inconsistent with U.S. law” ตรวจสอบได้ที่นี่ ทั้งนี้ หากจะเดินทางไปประเทศไทยในระยะสั้นไม่เกิน 30-45 วันสามารถใช้พาสปอร์ตอเมริกาในการเข้าไทยได้ตามระเบียบ VISA Exemption Scheme

เอกสารตรวจลงตรา (วีซ่า) ใกล้จะหมดอายุแล้ว แต่ยังไม่ได้รับอีเมลยืนยันเข้าเกณฑ์

โปรดตรวจสอบระยะเวลาที่ท่านได้รับอนุญาตจากทางการสหรัฐฯ ให้พำนักในสหรัฐฯ และหากพบว่าระยะเวลาในการพำนักใกล้จะสิ้นสุดแล้ว หรือยังไม่แน่ใจช่วงเวลาการเดินทางกลับประเทศไทย ขอให้ยื่นคำขอขยายเวลาการพำนักในสหรัฐฯ กับหน่วยงานของสหรัฐฯ ที่เว็บไซต์ http://www.uscis.gov/visit-united-states/extend-your-stay

ในเดือนต่อ ๆ ไป จะต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง ขอหนังสือรับรองเหมือนเดิมหรือไม่

สำหรับมาตราการและข้อกำหนดการเดินทาง ขอให้ติดตามประกาศของของ ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด19-ศบค. [www.moicovid.com] และประกาศสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย [www.caat.or.th]

 

ปัญหาที่พบบ่อยในการลงทะเบียน coe

  • ผู้เดินทางกรอกข้อมูล และแนบไฟล์ภาพหนังสือเดินทางเข้าไปในระบบ (ใช้ไฟล์ JPEG หรือไฟล์ PDF)
  • หลังจากอัพโหลดเอกสารเสร็จแล้วในขั้นตอนแรกของการลงทะเบียน เกิดปัญหาไม่สามารถดำเนินการได้ขึ้น Error รหัส #22007

หากเกิดปัญหา Error รหัส #22007

  1. ควรเปลี่ยนไปใช้คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ (PC) ในการเข้าระบบ และใช้เบราส์เซอร์ของ google chrome
  2. หากตรงบริเวณเอกสารยืนยันการจองโรงแรม ได้กรอกเป็น SHABA ID บางครั้งจะเกิดปัญหาระบบไม่ดึงข้อมูล แนะนำให้เปลี่ยนเป็นเลือกแบบ manual คือ เลือกชื่อโรงแรมจาก dropdown และแนบไฟล์ SHABA Certificate
  3. ควรดูให้แน่ใจว่าระบบวันที่ (date format) เป็น วัน-เดือน-ปี ไม่ใช่ ปี-เดือน-วัน

Error database Exception#22007, see belows:

  1. Access the COE website through Google Chrome on the PC computer or laptop, not by phone or tablet.
  2. If the problem occurs when you fill the SHABA ID, try fill out the information manually by choosing the hotel name from the dropdown menu and upload SHABA certificate instead.
  3. Make sure that the date format is Day/Month/Year (DD/MM/YY)

เดินทางเข้าพื้นที่นำร่องรับนักท่องเที่ยว (Sandbox)

กรณีการเดินทางเข้าภูเก็ตตามโครงการ Phuket Sandbox อ่านที่นี่ และโครงการ Samui Plus อ่านที่นี่
* สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมโครงการฯ ได้ที่ ศูนย์ข้อมูลโครงการฯ

การกักกันเฝ้าระวังโรค

มาตรการการกักตัวสำหรับผู้เดินทางเข้าประเทศไทยทุกสัญชาติ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2564 เป็นต้นไป

บุคคลสัญชาติไทยและทุกสัญชาติที่เดินทางถึงประเทศไทยตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2564 เป็นต้นไป จะต้องเข้ารับการกักตัวเป็นเวลาอย่างน้อย 14 วันในสถานที่กักกันตัวทางเลือก (Alternative Quarantine – AQ) โดยรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเอง

1. ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2564 บุคคลทุกสัญชาติที่เดินทางจากสหรัฐอเมริกาเข้าประเทศไทย (รวมถึงการเดินทางเข้าพื้นที่ท่องเที่ยว (sandbox) จะต้องเข้ารับการกักตัว ดังนี้
1.1 กักตัวไม่น้อยกว่า 7 วัน สำหรับผู้ที่มีเอกสารรับรองการฉีดวัคซีนโดยมีเงื่อนไข ดังนี้

1.1.1 วัคซีนที่ได้รับต้องเป็นวัคซีนที่ขึ้นทะเบียนกับองค์การอาหารและยาและกระทรวงสาธารณสุขของไทยให้การรับรองแล้วเท่านั้น ได้แก่ (สถานะวันที่ 22 กันยายน 2564)

  1. วัคซีน CoronaVac (Sinovac Biotech ltd.)
  2. AstraZeneca หรือ Covishield (AstraZeneca & University of Oxford / SK Bioscience (Korea) / Siam BioScience / Serum Institute of India (SII))
  3. Pfizer – BioNTech COVID-19 vaccine หรือ Comimaty (Pfizer Inc.,& BioNTech)
  4. Janssen หรือ Janssen/Ad26.COV2.S (Johnson & Johnson Services, Inc.)
  5. Moderna (Moderna Inc.)
  6. Sinopharm vaccine หรือ COVILO (Sinopharm Co., Ltd.)
  7. Sputnik V (Gamaleya Research Institute of Epidemiology and Microbiology)

1.1.2 ต้องฉีดวัคซีนครบถ้วนแล้วไม่น้อยกว่า 14 วัน ก่อนวันเดินทาง
1.1.3 ต้องแสดงเอกสารรับรองการฉีดวัคซีนครบถ้วน (ฉบับจริงหรือเอกสารสำเนาฉบับอิเล็กทรอนิกส์) ต่อเจ้าพนักงาน ควบคุมโรคติดต่อ ณ ด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ

1.2 กักตัวไม่น้อยกว่า 10 วัน สำหรับผู้ที่ไม่มีเอกสารรับรองการฉีดวัคซีนครบถ้วน (vaccine certificate) อาทิ ผู้ที่ไม่ได้รับวัคซีนหรือได้รับวัคซีนไม่ครบตามข้อกำหนดของไทย 

ทั้งนี้ ระยะเวลาการกักตัวขึ้นอยู่กับการพิจารณาของเจ้าหน้าที่ควบคุมโรค เมื่อเดินทางถึงประเทศไทย

 

ระยะเวลาการกักตัวขึ้นอยู่กับการพิจารณาของเจ้าหน้าที่ควบคุมโรค เมื่อเดินทางถึงประเทศไทย 

หากมีเหตุหรือสถานการณ์ฉุกเฉินจะมีการเปลี่ยนแปลงการกักตัวได้ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของเจ้าหน้าที่ควบคุมโรค

 

ช่องทางการสำรองสถานที่กักกันตัวทางเลือก (Alternative Quarantine – AQ) มีดังต่อไปนี้
1.สำรอง AQ Package กับโรงแรมโดยตรง (ดูรายชื่อโรงแรมได้ที่ www.thaiembdc.org/asq)
2.สำรอง AQ Package ผ่านเว็บไซต์ ดังต่อไปนี้
ทั้งนี้ ผู้เดินทางจะต้องแนบใบยืนยันการสำรองที่กักกันตัวแบบ AQ ในการขอเอกสาร COE ด้วย

*ยกเว้นการเดินทางเข้าประเทศไทยภายใต้ Phuket Sandbox ให้ปฏิบัติตามหลัก Phuket Sandbox*

พื้นที่ควบคุมโรคแห่งรัฐทางเลือก (Alternative Quarantine – AQ)

หากท่านประสงค์จะเข้าพักในสถานที่ควบคุมโรคของรัฐทางเลือก (AQ) เพื่อกักตัวและเฝ้าระวังโรค ซึ่งจะต้องรับผิดชอบจัดหาสถานที่จากรายชื่อที่ผ่านการรับรองจากทางการและรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเองทั้งหมด ขอให้ติดต่อจองห้องพักกับ AQ โดยตรง และแจ้งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูตฯ / สถานกงสุลใหญ่ฯ ทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 3 วันก่อนออกเดินทาง

ให้มีการผ่อนคลายการทำกิจกรรมต่างๆ ในสถานกักกันตัว โดยสามารถออกนอกห้องพักได้ตามเวลาและเงื่อนไขที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด ได้แก่ การใช้ห้องฟิตเนส การออกกำลังกายกลางแจ้ง การใช้สระว่ายน้ำ การปั่นจักรยานในพื้นที่ปิดและมีการควบคุม และการซื้อสินค้าและอาหารจากภายนอก

ขั้นตอนในการจองห้องพักกับ รร. AQ

1. ให้จองห้องพักตรงกับโรงแรมฯ เมื่อทราบวันที่เดินทางถึงประเทศไทย
2. โรงแรมฯ จะแจ้งไปหน่วยงานที่ท่าอากาศยานทราบและจะส่งรถมารับที่ท่าอากาศยาน (ร.พ. คู่สัญญาจะเป็นผู้มาตรวจสุขภาพ และรักษาหากมีอาการเจ็บป่วย)
3. เมื่อจองห้องพักกับ ASQ เรียบร้อยแล้ว ให้นำหลักฐานการสำรองที่พัก อัพโหลดลงในระบบ 

รายชื่อโรงแรมที่ผ่านการตรวจประเมิน AQ โดยกระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงกลาโหม สามารถสืบค้นรายชื่อ และรายละเอียดที่ปรับเพิ่ม ได้ที่

  • เว็บไซต์ www.thaiembdc.org/asq
  • เว็บไซต์ www.hsscovid.com  (โรงแรมที่ผ่านการตรวจประเมินโดย สธ. และ กลาโหม ASQ)

 

สรุปขั้นตอนการปฏิบัติสำหรับผู้เดินทาง

เอกสารรับรองผลตรวจโควิด (์Negative COVID-test result)

ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2564 เป็นต้นไป ยกเลิกเอกสาร fit to fly

  • สำหรับคนไทย ยกเลิกเอกสาร fit to fly และเอกสารรับรองการไม่มีเชื้อโรคโควิด-19  ในการเดินทางเข้าประเทศไทย (ทั้งนี้ สายการบินและท่าอากาศยานอาจกำหนดให้ผู้โดยสารต้องแสดงเอกสารรับรองการไม่มีเชื้อโรคโควิด-19 โปรดตรวจสอบกับสายการบินก่อนเดินทาง)
  • หากสายการบินหรือประเทศที่เดินทางผ่านกำหนด (กรุณาตรวจสอบกับสายการบินที่ท่านเดินทาง) กำหนดให้ต้องจัดหาผลตรวจ Covid-19  ท่านจะต้องจัดหาผลตรวจ COVID ที่เป็นลบ (Negative COVID-test result) ด้วยวิธี RT-PCR ที่มีอายุไม่เกิน 72 ชั่วโมงหรือตามที่สายการบินระบุ เพื่อแสดงแก่สายการบิน
  • สำหรับคนต่างชาติ ต้องแสดง 1) เอกสารที่รับรองว่าผู้เดินทางไม่มีเชื้อโรคโควิด-19 โดยวิธี RT-PCR ซึ่งมีอายุไม่เกิน 72 ชั่วโมงก่อนการเดินทาง 2) COE และ 3) ประกันสุขภาพวงเงินขั้นต่ำ 100,000 ดอลลาร์สหรัฐ ที่ครอบคลุมการรักษาโรคโควิด-19 ในประเทศไทย เพื่อใช้ในการเดินทางเข้าประเทศไทย

 

เอกสารที่ใช้ในการเดินทางและข้อแนะนำ

เมื่อถึงวันเดินทางให้นำเอกสารดังต่อไปนี้  (ขอให้พิมพ์ hardcopy ของเอกสารทุกฉบับติดตัวไปด้วย) พร้อมสัมภาระไปเช็คอินเพื่อออกเดินทางตามปกติ โปรดเดินทางไปสนามบินล่วงหน้าก่อน เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง

1)  หนังสือเดินทางที่มีอายุมากกว่า 6 เดือน หรือ เอกสารการเดินทางฉุกเฉิน – ETD ติดต่อสำนักงานกงสุลตามรัฐที่อยู่อาศัย (ตรวจสอบได้ที่นี่)
2)  ใบรับรองการเดินทางที่ออกโดยสถานเอกอัครราชทูตฯ / สถานกงสุลใหญ่ฯ
3)  ผลตรวจเชื่อโควิด กรณีที่สายการบินหรือประเทศผ่านทางต้องการผลตรวจเชื้อโควิด 
4)  ใบ ต.8 หรือใช้ระบบ phone application

หากหนังสือเดินทางหมดอายุ

กรุณาติดต่อ สอท/สกญ ที่ดูแลเขตอาณาของท่าน ล่วงหน้าเพื่อขอรับ เอกสารการเดินทางฉุกเฉิน – ETD ติดต่อสำนักงานกงสุลตามรัฐที่อยู่อาศัย (ตรวจสอบได้ที่นี่)

 

สถานเอกอัครราชทูตฯ และสถานกงสุลใหญ่ฯ

หากท่านมีข้อสงสัยหรือคำถามเพิ่มเติม ขอให้ท่านติดต่อสถานเอกอัครราชทูตฯ หรือสถานกงสุลใหญ่ที่รับผิดชอบพื้นที่ที่ท่านพำนักอยู่ ดังนี้

สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงวอชิงตัน
www.thaiembdc.org  อีเมล consular@thaiembdc.org

Hotline (202) 999-7690  (202) 431-0882  (202) 431-7766

สถานกงสุลใหญ่ ณ นครลอสแอนเจลิส
www.thaiconsulatela.org อีเมล consular@thaiconsulatela.org
Hotline (323) 580-4222  (323) 552-3227  (747) 334-4558  (818) 292-7591

สถานกงสุลใหญ่ ณ นครชิคาโก
www.thaiconsulatechicago.org  อีเมล info@thaiconsulatechicago.org

Hotline (773) 294-5933

สถานกงสุลใหญ่ ณ นครนิวยอร์ก
www.thaicgny.com อีเมล info@thaicgny.com

Hotline (212) 754-1770