ขั้นตอนการเดินทางเข้าประเทศไทยช่วงสถานการณ์ฉุกเฉิน

ตามที่สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) ได้ออกประกาศเรื่อง เงื่อนไขในการอนุญาตให้อากาศยานทำการบินเข้าออกประเทศไทย (ฉบับที่ 2) ณ วันที่ 2 ก.ค. 2563 และเงื่อนไขในการอนุญาตให้อากาศยานทำการบินเข้าออกประเทศไทย (ฉบับที่ 3) ณ วันที่ 3 ส.ค. 2563 เพิ่มเติม เพื่อให้ผู้เกี่ยวข้องมีแนวทางการปฏิบัติที่สอดคล้องกับข้อกำหนดออกตามความมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินฯ และคำสั่งศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้บุคคลประเภทต่าง ๆ ที่ได้รับอนุญาตสามารถเดินทางเข้าราชอาณาจักรได้มากขึ้น สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงวอชิงตัน สถานกงสุลใหญ่ ณ นครนิวยอร์ก สถานกงสุลใหญ่ ณ นครลอสแอนเจลิส และ สถานกงสุลใหญ่ ณ นครชิคาโก ได้รับอนุมัติให้จัดทำเที่ยวบินส่งคนไทยกลับจากสหรัฐฯ โดยมีรายละเอียดดังนี้

ขั้นตอน 1 บุคคลไทยที่ได้รับอนุญาตสามารถเดินทางเข้าราชอาณาจักร

1.1  บุคคลผู้มีสัญชาติไทย (ไม่ใช่บุคคลสัญชาติไทยหรือใช้หนังสือเดินทางสหรัฐ คลิกที่นี่)
1.2  มีหนังสือเดินทางไทยที่ยังมีอายุการใช้งาน (หรือเอกสารการเดินทางฉุกเฉิน – ETD) กรณี หนังสือเดินทางหมดอายุและต้องการเดินทางเร่งด่วน ให้ยื่นเรื่องขอเอกสารการเดินทางฉุกเฉิน – ETD ต่อสำนักงานกงสุลตามรัฐที่อยู่อาศัย (ตรวจสอบได้ที่นี่)

 

ขั้นตอน 2 กำหนดเที่ยวบินกลับไทยให้เลือก 2 ทางเลือก ในการจัดซื้อตั๋วเครื่องบินและที่พักกักตัว

* ตั้งแต่ 1 เมษายน 2564 เป็นต้นไป ลดระยะเวลาการกักตัว10 วันและสำหรับผู้ที่ได้รับวัคซีนกักตัว 7 วัน [กดอ่านประกาศและเงื่อนไข]

2.1  การเดินทางด้วย เที่ยวบินส่งบุคคลกลับไทย (repatriation flight)

  • ผู้เดินทางจัดซื้อตั๋วตามวัน เวลาและจองผ่านช่องทางและเงื่อนไขที่กำหนดเท่านั้น หากท่านติดต่อสายการบินผ่านช่องทางอื่น ท่านจะไม่อยู่ในโควตาคนไทยกลับประเทศและสายการบินอาจยกเลิกบัตรโดยสารของท่านในภายหลัง
  • บุคคลไทยเข้ากักตัวที่รัฐจัดให้ State Quarantine (SQ) โดยไม่มีค่าใช้จ่ายและไม่สามารถเลือกที่พักได้
  • สามารถเลือกกักตัวที่โรงแรมกักตัวทางเลือก (ASQ) ได้ โดยต้องจ่ายค่าที่พักเอง
  • ข้อมูลการจัดซื้อตั๋วแบบ repatriation flight  อ่านการซื้อตั๋วที่นี่ – เมษายน | พฤษภาคม
17 เม.ย. 2564 Japan Airlines 100 คน
20 เม.ย. 2564 Emirates 100 คน
22 เม.ย. 2564 Qatar Airways 100 คน
22 เม.ย. 2564 Asiana Airlines 100 คน
29 เม.ย. 2564 Korean Air 100 คน

6 พ.ค. 2564 Qatar Airways 100 คน
11 พ.ค. 2564 Etihad Airways 100 คน
13 พ.ค. 2564 Korean Air 100 คน
14 พ.ค. 2564 EVA Air 100 คน
20 พ.ค. 2564 Asiana Airlines 100 คน
22 พ.ค. 2564 Japan Airlines 100 คน
25 พ.ค. 2564 Emirates 100 คน
27 พ.ค. 2564 All Nippon Airways 100 คน

2.2  การเดินทางด้วย เที่ยวบินกึ่งพาณิชย์ (semi-commercial flight)

  • ผู้เดินทางจัดซื้อตั๋วกับสายการบินที่ร่วม semi-commercial flight
  • กักตัว 10 วัน ที่โรงแรมกักตัวทางเลือก (ASQ) และต้องจ่ายค่าที่พักเอง
  • ข้อมูลการจัดซื้อตั๋วแบบ semi-commercial flight – การจัดซื้อตั๋ว [ตารางสายการบิน]
  • ข้อมูลกักตัวทางเลือก Alternative State Quarantine (ASQ) –  www.thaiembdc.org/asq

คลิกที่ภาพด้านบน
เพื่อดูข้อเปรียบเทียบทางเลือกในการเดินทางกลับไทย

ขั้นตอน 3 ขอรับหนังสือรับรองการเดินทางเข้าประเทศไทย (Certificate of entry / COE)

ก่อนลงทะเบียนโปรดตรวจสอบหน่วยงานกงสุลในสหรัฐฯ ที่รับผิดชอบดูแลพื้นที่เขตอาณาที่ท่านอาศัยอยู่ (คลิกที่นี่)

3.1 – ลงทะเบียนที่ coethailand.mfa.go.th

  • ผู้เดินทางกรอกข้อมูล และแนบไฟล์ภาพหนังสือเดินทางเข้าไปในระบบ (ใช้ไฟล์ JPEG หรือไฟล์ PDF)
  • เมื่อลงทะเบียนเรียบร้อยแล้ว ผู้เดินทางจะได้รับหมายเลขอ้างอิง 6 หลัก
  • รอผลการอนุมัติ pre-approve ภายใน 3 – 7 วัน
  • คำเตือน หากอยู่ในขั้นตอนลงทะเบียน จะไม่สามารถลงทะเบียนซ้ำได้ / ในกรณีเที่ยวบินยกเลิก ให้ติดต่อเจ้าหน้าที่เพื่อยื่นขอแก้ไข (unlock) COE ใหม่

 

3.2 – จัดหาและอัพโหลดตั๋วเครื่องบินเพื่อ “ยืนยันการเดินทาง”

  • จัดหาตั๋วเครื่องบิน และ หลักฐานยืนยันการจองที่พักในกรณีที่เลือกใช้บริการ ASQ
  • ข้อมูลการจัดซื้อตั๋วแบบ repatriation flight  เมษายน  | พฤษภาคม
  • ข้อมูลการจัดซื้อตั๋วแบบ semi-commercial flight – การจัดซื้อตั๋ว [ดูตารางสายการบิน
  • ข้อมูลการจองโรงแรมกักตัวทางเลือก (ASQ) – www.thaiembdc.org/asq
  • เมื่อได้รับการอนุมัติ pre-approved แล้วให้อัพโหลดตั๋วเครื่องบิน ภายใน 15 วัน

 

3.3 – รับหนังสือรับรอง (COE)

  • เมื่ออัพโหลดเอกสารและยืนยันการเดินทางแล้ว เจ้าหน้าที่จะออก COE ให้ภายใน 3 – 7 วัน
  • ให้ตรวจสอบผล โดยใช้หมายเลข 6 หลักได้ที่เมนู “ตรวจสอบผล”
  • ผู้ที่ได้รับอนุมัติ สามารถดาวน์โหลดเอกสารได้ที่เมนู “ตรวจสอบผล”
  • ผู้ที่ยังไม่ได้รับอนุมัติ เจ้าหน้าที่จะติดต่อทางอีเมลเพื่อขอเอกสารเพิ่ม
  • กรณีที่เที่ยวบินยกเลิก ให้ติดต่อเจ้าหน้าที่เพื่อยื่นขอแก้ไข (unlock)  COE ใหม่

คำแนะนำการลงทะเบียนขอรับ COE ออนไลน์ และคู่มือการลงทะเบียน

ขั้นตอน 4 ดาวน์โหลดและลงทะเบียน ThailandPlus Application

  • ผู้เดินทางดำเนินการการติดตั้งแอป ดังนี้ (ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ คู่มือการใช้ ThailandPlus Application ภาษาไทย หรือ ดูวิดีโอประชาสัมพันธ์ที่นี่)
  • หลังจากได้รับ coe แล้วสามารถดาวน์โหลดและลงทะเบียนแอปพลิเคชั่น โดยใช้หมายเลข COE จาก หนังสือรับรองที่สถานเอกอัครราชทูตหรือกงสุลใหญ่ออกให้และใช้หมายเลข Refer ID (6 หลัก) ที่ออกจากระบบ COE ออนไลน์

ขั้นตอน 5 จัดหาใบรับรองแพทย์

  • ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2564 เป็นต้นไป สำหรับคนไทย ยกเลิกเอกสาร fit to fly และเอกสารรับรองการไม่มีเชื้อโรคโควิด-19  ในการเดินทางเข้าประเทศไทย (ทั้งนี้ สายการบินและท่าอากาศยานอาจกำหนดให้ผู้โดยสารต้องแสดงเอกสารรับรองการไม่มีเชื้อโรคโควิด-19 โปรดตรวจสอบกับสายการบินก่อนเดินทาง) โดยยังคงต้องแสดงใบรับรองการเดินทางเข้าประเทศไทย (Certificate of Entry – COE) และผู้เลือกกักตัวโดย ASQ จะต้องยื่นหลักฐานการจอง ASQ ในการยื่นขอ COE ด้วย (ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ASQ ได้ที่ https://thaiembdc.org/asq/)
  • ทั้งนี้ หากสายการบินหรือประเทศที่เดินทางผ่านกำหนด (กรุณาตรวจสอบกับสายการบินที่ท่านเดินทาง) กำหนดให้ต้องจัดหาผลตรวจ Covid-19  ท่านจะต้องจัดหาผลตรวจ COVID ที่เป็นลบ (Negative COVID-test result) ด้วยวิธี RT-PCR ที่มีอายุไม่เกิน 72 ชั่วโมงหรือตามที่สายการบินระบุ เพื่อแสดงแก่สายการบิน

ขั้นตอน 6 จัดหาแบบฟอร์ม ต.8 

  • ดาวน์โหลดแบบฟอร์ม ต.8 (แบบฟอร์มคำถามเกี่ยวกับสุขภาพของผู้เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักร) ได้ที่ thaiembdc.org/wp-content/uploads/2020/03/T8_form.pdf
  • หรือลงทะเบียนผ่านระบบ phone application ของท่าอากาศยานไทย https://aot-app.kdlab.ai/ หลังจากเช็คอินเรียบร้อยแล้ว (คู่มือการใช้งาน AOT Airports Application เพื่อกรอกข้อมูลเอกสาร ต.8 แบบออนไลน์ ได้ที่นี่ AOT App 

 

สรุปเอกสารที่ต้องเตรียมในวันเดินทาง

ให้นำเป็นเอกสาร hard-copy ผู้เดินทางไม่สามารถใช้เอกสารแบบอิเล็กทรอนิกส์ (เช่น โทรศัพท์มือถือ) เพื่อแสดงต่อเจ้าหน้าที่ได้

1. หนังสือเดินทาง (หรือเอกสารการเดินทางฉุกเฉิน – ETD)
2. ตั๋วเครื่องบิน
3. ใบจองโรงแรม ASQ กรณีเลือกบินเที่ยวบิน Semi-Commercial fight หรือกรณีเลือกพักโรงแรม ASQ
4. หนังสือรับรองการเดินทาง (COE)
5. ผลตรวจ Covid-19 กรณีที่สายการบินหรือประเทศที่เดินทางผ่านกำหนด

เมื่อเดินทางถึงไทยเอกสารที่ยื่นเพิ่มเติม ได้แก่

1. ThailandPlus Application
2. แบบฟอร์ม ต.8

 

รายละเอียดการเดินทางและคำถามที่พบบ่อย

 

ติดต่อซื้อบัตรโดยสารเครื่องบินและเงื่อนไขการซื้อบัตรโดยสารเครื่องบิน

หลังจากที่สถานเอกอัครราชทูตฯ สถานกงสุลใหญ่ ณ นครนิวยอร์ก สถานกงสุลใหญ่ ณ นครลอสแอนเจลิส และ สถานกงสุลใหญ่ ณ นครชิคาโก ได้รับทราบจำนวนโควตาและวันเดินทางแล้ว เจ้าหน้าที่จะดำเนินการ จัดหาสายการบินและเส้นทางการบินที่มีความเป็นไปได้ในการดำเนินการบินในช่วงวันเดินทางที่รัฐบาลกำหนด โดยสายการบินจะเป็นผู้กำหนดอัตราค่าบัตรโดยสารเที่ยวเดียว (one way ticket) โดยที่อัตราค่าบัตรโดยสารขึ้นอยู่กับเส้นทางที่ใช้ในการเดินทางจากสหรัฐฯ ไปยังประเทศไทย  สำหรับผู้ที่ถือบัตรโดยสารสายการบินที่ตรงกับ repatriation flight จะสามารถเปลี่ยนวันเวลาเดินทางให้สอดคล้องกับโควต้าที่ได้รับมอบหมายได้

สถานเอกอัครราชทูตฯ สถานกงสุลใหญ่ฯ จะไม่รับผิดชอบในการซื้อ/เปลี่ยนตั๋วเครื่องบินในทุกกรณี

ข้อมูลการซื้อ/เปลี่ยนตั๋วเครื่องบิน 

ท่านที่ลงทะเบียนแล้วสามารถติดต่อซื้อตั๋ว/เปลี่ยนตั๋วได้ทางช่องทางและเงื่อนไขที่ระบุไว้ในเอกสาร repatriation flight ในแต่ละเดือนเท่านั้น

หากมีบัตรโดยสารเครื่องบินอยู่แล้ว สามารถเปลี่ยนตั๋วได้หรือไม่

กรณีมีบัตรโดยสารเครื่องบินที่ตรงกับ Repatriation flight อยู่แล้ว โปรดติดต่อเอเย่นต์ (หรือผู้แทนสายการบินโดยตรงตามรายชื่อที่แจ้งไว้) เพื่อตรวจเช็คว่าเปลี่ยนได้หรือไม่

สามารถเลือกซื้อตั๋ว ไป-กลับหรือตั๋วเที่ยวเดียว กับสายการบิน repatriation flight ได้หรือไม่

เที่ยวบิน repatriation flight จะจัดตั๋วให้ในรูปแบบตั๋วขาเดียว (one way ticket) หากประสงค์จะซื้อตั๋วแบบไป-กลับให้ติดต่อเอเย่นต์หรือผู้แทนสายการบินตามรายชื่อที่แจ้งไว้โดยตรง

การติดต่อเอเย่นต์

โปรดติดต่อเอเย่นต์ที่สายการบินมอบหมายในช่องทางติดต่อที่สายการบินกำหนดแจ้งไว้เท่านั้น ท่านไม่สามารถจองผ่านช่องทางอื่นได้เนื่องจากเที่ยวบินเข้าไทยเป็นเที่ยวบินพิเศษที่ส่งคนไทยกลับเข้าประเทศ (repatriation flight) ที่มีการควบคุมจำนวน ผู้เดินทางเข้าประเทศไทยในแต่ละวัน

เอเย่นต์ติดต่อกลับล่าช้า/ไม่สามารถติดต่อ 

เหตุของการติดต่อเอเย่นต์ไม่ได้ มาจากหลายสาเหตุ เช่น เจ้าหน้าที่เอเย่นต์ได้รับการติดต่อจำนวนมากทั้งอีเมลและโทรศัพท์ จึงทำให้เจ้าหน้าที่ประสานได้ล่าช้าลง โดยเฉพาะวันที่เปิดโควตาใหม่แต่ละเดือน / ข้อมูลตัวสะกดชื่อนามสกุลในระบบไม่ตรงกับชื่อนามสกุลจริง / มีการเปลี่ยนบัตรโดยสารเดิมทำให้เพิ่มขั้นตอนในการจัดซื้อบัตรโดยสาร / บัตรเครดิตไม่สามารถหักเงินได้

ตั่วเครื่องบินเดือนนี้หมดแล้ว เดือนหน้ามี repatriation flight หรือไม่

หากเที่ยวบินที่ท่านประสงค์เดินทางเต็ม ท่านสามารถเลือกเดินทางด้วยเที่ยวบินอื่น หรือรอโควตาให้เดือนถัดไป ขอให้ติดตามประกาศของของ ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 ศบค. [www.moicovid.com] และประกาศสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย [www.caat.or.th]  โดยท่านสามารถลงทะเบียนขอรับข่าวสารในช่วงสถานการณ์ฉุกเฉินจากสถานเอกอัครราชทูตฯ และกงสุลใหญ่ทั้งสามแห่ง ได้ที่ [registration form]

เอกสารตรวจลงตรา (วีซ่า) ใกล้จะหมดอายุแล้ว แต่ยังไม่ได้รับอีเมลยืนยันเข้าเกณฑ์

โปรดตรวจสอบระยะเวลาที่ท่านได้รับอนุญาตจากทางการสหรัฐฯ ให้พำนักในสหรัฐฯ และหากพบว่าระยะเวลาในการพำนักใกล้จะสิ้นสุดแล้ว หรือยังไม่แน่ใจช่วงเวลาการเดินทางกลับประเทศไทย ขอให้ยื่นคำขอขยายเวลาการพำนักในสหรัฐฯ กับหน่วยงานของสหรัฐฯ ที่เว็บไซต์ http://www.uscis.gov/visit-united-states/extend-your-stay

ในเดือนต่อ ๆ ไป จะต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง ขอหนังสือรับรองเหมือนเดิมหรือไม่

สำหรับมาตราการและข้อกำหนดการเดินทาง ขอให้ติดตามประกาศของของ ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด19-ศบค. [www.moicovid.com] และประกาศสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย [www.caat.or.th]

การกักกันเฝ้าระวังโรค

มาตรการการเดินทางเข้าประเทศไทยสำหรับบุคคลทุกสัญชาติ ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2564 เป็นต้นไป

  1. ผู้ที่ไม่มีเอกสารรับรองการฉีดวัคซีนครบถ้วน (vaccine certificate) ลดระยะเวลาการกักตัวจากเดิม 14 วัน เหลือเป็นไม่น้อยกว่า 10 วัน ในช่วงวันที่ 3 – 5 และ 9 – 10 ของการกักตัว ยกเว้นผู้ที่เดินทางมาจากประเทศที่มีเชื้อโควิด-19 กลายพันธุ์ ซึ่งยังคงระยะเวลาการกักตัวไว้ที่ 14 วัน (15 คืน) ตามเดิม ทั้งนี้ กระทรวงสาธารณสุขอยู่ระหว่างจัดทำรายชื่อประเทศที่มีเชื้อกลายพันธุ์ โดยจะ update รายชื่อประเทศฯ ทุก ๆ 15 วัน
  2. ผู้ที่มีเอกสารรับรองการฉีดวัคซีนครบถ้วน อาจได้รับการพิจารณาให้เข้ารับการกักตัว ไม่น้อยกว่า 7 วัน โดยมีเงื่อนไข ดังนี้2.1 วัคซีนที่ได้รับต้องเป็นวัคซีนที่กระทรวงสาธารณสุขของไทยรับรองแล้วเท่านั้น ได้แก่ (สถานะวันที่31 มีนาคม 2564)
    (1)  Sinovac
    (2)  AstraZeneca / Oxford
    (3)  SK BIOSCIENCE AstraZeneca / Oxford
    (4)  Pfizer / BioNTech
    (5)  Covishield (Serum Institute of India)
    (6)  Janssen – Johnson & Johnson
    (7)  Moderna2.2 ต้องฉีดวัคซีนครบถ้วนแล้วไม่น้อยกว่า 14 วัน ก่อนวันเดินทาง
    2.3 ต้องแสดงเอกสารรับรองการฉีดวัคซีนครบถ้วน (ฉบับจริงหรือสำเนาฉบับอิเล็กทรอนิกส์) ต่อเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ ณ ด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ
    ทั้งนี้ ระยะเวลาการกักตัวขึ้นอยู่กับการพิจารณาของเจ้าหน้าที่ควบคุมโรค เมื่อเดินทางถึงประเทศไทย
  1. ให้มีการผ่อนคลายการทำกิจกรรมต่างๆ ในสถานกักกันตัว โดยสามารถออกนอกห้องพักได้ตามเวลาและเงื่อนไขที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด ได้แก่ การใช้ห้องฟิตเนส การออกกำลังกายกลางแจ้ง การใช้สระว่ายน้ำ การปั่นจักรยานในพื้นที่ปิดและมีการควบคุม และการซื้อสินค้าและอาหารจากภายนอก

กรณีที่บิดา มารดาได้รับวัคซีน แต่บุตรยังไม่ได้รับวัคซีน

ผู้ที่ยังไม่ได้รับวัคซีนยังคงต้องกักตัว 10 วัน โดยขอให้ผู้ปกครองที่เดินทางพร้อมเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 16 ปี เข้าพักพร้อมบุตรด้วย

 

(1)  พื้นที่กักกันโรคแห่งรัฐ (State Quarantine)  

ผู้ที่เดินทางเข้าประเทศไทยตามข้อยกเว้นของสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทยจะต้องยอมเข้ารับการกักกันเฝ้าระวังโรค (State Quarantine) ในสถานที่ที่รัฐกำหนด และยินยอมพักสองคนในห้องคู่ในกรณีที่จำเป็น โดยไม่มีค่าใช้จ่ายที่พัก อาหารและการตรวจสุขภาพ

ให้มีการผ่อนคลายการทำกิจกรรมต่างๆ ในสถานกักกันตัว โดยสามารถออกนอกห้องพักได้ตามเวลาและเงื่อนไขที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด ได้แก่ การใช้ห้องฟิตเนส การออกกำลังกายกลางแจ้ง การใช้สระว่ายน้ำ การปั่นจักรยานในพื้นที่ปิดและมีการควบคุม และการซื้อสินค้าและอาหารจากภายนอก

(2)  พื้นที่ควบคุมโรคแห่งรัฐทางเลือก (Alternative State Quarantine – ASQ)

หากท่านประสงค์จะเข้าพักในสถานที่ควบคุมโรคของรัฐทางเลือก (ASQ) เพื่อกักตัวและเฝ้าระวังโรค ซึ่งจะต้องรับผิดชอบจัดหาสถานที่จากรายชื่อที่ผ่านการรับรองจากทางการและรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเองทั้งหมด ขอให้ติดต่อจองห้องพักกับ ASQ โดยตรง และแจ้งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูตฯ / สถานกงสุลใหญ่ฯ ทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 3 วันก่อนออกเดินทาง

ให้มีการผ่อนคลายการทำกิจกรรมต่างๆ ในสถานกักกันตัว โดยสามารถออกนอกห้องพักได้ตามเวลาและเงื่อนไขที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด ได้แก่ การใช้ห้องฟิตเนส การออกกำลังกายกลางแจ้ง การใช้สระว่ายน้ำ การปั่นจักรยานในพื้นที่ปิดและมีการควบคุม และการซื้อสินค้าและอาหารจากภายนอก

ขั้นตอนในการจองห้องพักกับ รร. ASQ

1. ให้จองห้องพักตรงกับโรงแรมฯ เมื่อทราบวันที่เดินทางถึงประเทศไทย
2. โรงแรมฯ จะแจ้งไปหน่วยงานที่ท่าอากาศยานทราบและจะส่งรถมารับที่ท่าอากาศยาน (ร.พ. คู่สัญญาจะเป็นผู้มาตรวจสุขภาพ และรักษาหากมีอาการเจ็บป่วย)
3. เมื่อจองห้องพักกับ ASQ เรียบร้อยแล้ว ให้นำหลักฐานการสำรองที่พัก อัพโหลดลงในระบบ 

รายชื่อโรงแรมที่ผ่านการตรวจประเมิน ASQ โดยกระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงกลาโหม สามารถสืบค้นรายชื่อ และรายละเอียดที่ปรับเพิ่ม ได้ที่

  • เว็บไซต์ www.thaiembdc.org/asq
  • เว็บไซต์ www.hsscovid.com  (โรงแรมที่ผ่านการตรวจประเมินโดย สธ. และ กลาโหม ASQ)

 

สรุปขั้นตอนการปฏิบัติสำหรับผู้เดินทาง

ใบรับรองแพทย์ (Fit-to-Fly health certificate)

ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2564 เป็นต้นไป ยกเลิกเอกสาร fit to fly

  • สำหรับคนไทย ยกเลิกเอกสาร fit to fly และเอกสารรับรองการไม่มีเชื้อโรคโควิด-19  ในการเดินทางเข้าประเทศไทย (ทั้งนี้ สายการบินและท่าอากาศยานอาจกำหนดให้ผู้โดยสารต้องแสดงเอกสารรับรองการไม่มีเชื้อโรคโควิด-19 โปรดตรวจสอบกับสายการบินก่อนเดินทาง) โดยยังคงต้องแสดงใบรับรองการเดินทางเข้าประเทศไทย (Certificate of Entry – COE) และผู้เลือกกักตัวโดย ASQ จะต้องยื่นหลักฐานการจอง ASQ ในการยื่นขอ COE ด้วย (ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ASQ ได้ที่ https://thaiembdc.org/asq/)
  • ทั้งนี้ หากสายการบินหรือประเทศที่เดินทางผ่านกำหนด (กรุณาตรวจสอบกับสายการบินที่ท่านเดินทาง) กำหนดให้ต้องจัดหาผลตรวจ Covid-19  ท่านจะต้องจัดหาผลตรวจ COVID ที่เป็นลบ (Negative COVID-test result) ด้วยวิธี RT-PCR ที่มีอายุไม่เกิน 72 ชั่วโมงหรือตามที่สายการบินระบุ เพื่อแสดงแก่สายการบิน

 

  • สำหรับคนต่างชาติ ยกเลิกเอกสาร fit to fly โดยยังคงต้องแสดง 1) เอกสารที่รับรองว่าผู้เดินทางไม่มีเชื้อโรคโควิด-19 โดยวิธี RT-PCR ซึ่งมีอายุไม่เกิน 72 ชั่วโมงก่อนการเดินทาง 2) COE และ 3) ประกันสุขภาพวงเงินขั้นต่ำ 100,000 ดอลลาร์สหรัฐ ที่ครอบคลุมการรักษาโรคโควิด-19 ในประเทศไทย เพื่อใช้ในการเดินทางเข้าประเทศไทย

 

เอกสารที่ใช้ในการเดินทางและข้อแนะนำ

เมื่อถึงวันเดินทางให้นำเอกสารดังต่อไปนี้  (ขอให้พิมพ์ hardcopy ของเอกสารทุกฉบับติดตัวไปด้วย) พร้อมสัมภาระไปเช็คอินเพื่อออกเดินทางตามปกติ โปรดเดินทางไปสนามบินล่วงหน้าก่อน เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง

1)  หนังสือเดินทางที่มีอายุมากกว่า 6 เดือน หรือ เอกสารการเดินทางฉุกเฉิน – ETD ติดต่อสำนักงานกงสุลตามรัฐที่อยู่อาศัย (ตรวจสอบได้ที่นี่)
2)  ใบรับรองการเดินทางที่ออกโดยสถานเอกอัครราชทูตฯ / สถานกงสุลใหญ่ฯ
3)  ผลตรวจเชื่อโควิด กรรณีที่สายการบินหรือประเทศผ่านทางต้องการผลตรวจเชื้อโควิด 
4)  ใบ ต.8 หรือใช้ระบบ phone application

หากหนังสือเดินทางหมดอายุ

กรุณาติดต่อ สอท/สกญ ที่ดูแลเขตอาณาของท่าน ล่วงหน้าเพื่อขอรับ เอกสารการเดินทางฉุกเฉิน – ETD ติดต่อสำนักงานกงสุลตามรัฐที่อยู่อาศัย (ตรวจสอบได้ที่นี่)

ข้อแนะนำการเตรียมสัมภาระเดินทาง

ผู้ที่เดินทางเป็นหมู่คณะควรเตรียมสัมภาระเดินทางแยกรายบุคคล เนื่องจากรัฐบาลไทยจะจัดห้องกักกันตัวเพื่อควบคุมโรคแยกห้อง (ยกเว้นกรณีเด็กเล็ก) จึงอาจทำให้เกิดความไม่สะดวกหากท่านต้องหยิบสัมภาระของท่านจากกระเป๋าของผู้โดยสารท่านอื่นเมื่อเดินทางถึงประเทศไทย

หากท่านมีโรคประจำตัวหรือปัญหาสุขภาพ

เพื่อให้รัฐบาลไทยจัดเตรียมการอำนวยความสะดวกแก่ทุกท่านที่เดินทางถึงประเทศไทยได้อย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ ขอความร่วมมือท่านแจ้งเจ้าหน้าที่ของสถานเอกอัครราชทูตฯ / สถานกงสุลใหญ่ฯ หากท่านมีโรคประจำตัวหรือปัญหาสุขภาพที่ เจ้าหน้าที่สาธารณสุขไทยควรทราบเพื่อเตรียมความพร้อมในการรับท่าน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง (1) ผู้ป่วยอาการสาหัส อาทิ โรคมะเร็ง (2) ผู้มีอาการป่วยทางจิต (3) หญิงตั้งครรภ์ใกล้คลอด 3 วันก่อนการเดินทาง โดยขอความร่วมมือแจ้งข้อมูลประวัติการรักษาที่โรงพยาบาลในประเทศไทย (หากมี) ด้วย

 

สถานเอกอัครราชทูตฯ และสถานกงสุลใหญ่ฯ

หากท่านมีข้อสงสัยหรือคำถามเพิ่มเติม ขอให้ท่านติดต่อสถานเอกอัครราชทูตฯ หรือสถานกงสุลใหญ่ที่รับผิดชอบพื้นที่ที่ท่านพำนักอยู่ ดังนี้

สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงวอชิงตัน
www.thaiembdc.org  อีเมล consular@thaiembdc.org

Hotline (202) 999-7690  (202) 431-0882  (202) 431-7766

สถานกงสุลใหญ่ ณ นครลอสแอนเจลิส
www.thaiconsulatela.org อีเมล consular@thaiconsulatela.org
Hotline (323) 580-4222  (323) 552-3227  (747) 334-4558  (818) 292-7591

สถานกงสุลใหญ่ ณ นครชิคาโก
www.thaiconsulatechicago.org  อีเมล info@thaiconsulatechicago.org

Hotline (773) 294-5933

สถานกงสุลใหญ่ ณ นครนิวยอร์ก
www.thaicgny.com อีเมล info@thaicgny.com

Hotline (646) 842-0864