โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)

โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 คือ

  • โรคที่เกิดจากเชื้อไวรัสกลุ่มโคโรนา สายพันธุ์ว่า 2019nCoV
  • อยู่ในตระกูลเดียวกันกับไวรัสที่ก่อให้เกิดโรคซาร์ส (SARS) หรือโรคเมอร์ส (MERS)
  • ชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)
    • คำว่า CO ย่อมาจาก Corona
    • คำว่า VI ย่อมาจาก Virus
    • คำว่า D ย่อมาจาก Disease
    • ตัวเลข 19 มาจากปีที่ไวรัสตัวนี้เริ่มระบาดครั้งแรก
  • ด้านนักวิทยาศาสตร์ที่ค้นพบตั้งข้อสันนิษฐานว่า เชื้อไวรัสสายพันธุ์ใหม่นี้มาจากไวรัสในค้างคาวที่กลายพันธุ์ โดยมีงูเป็นตัวกักเก็บและแพร่เชื้อ

 

อาการสำคัญ

  • ทำให้มีไข้ และอาการระบบทางเดินหายใจ โดยส่วนใหญ่จะมีอาการ ไข้ ไอ เจ็บคอ หายใจหอบเหนื่อย และอาจรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้
  • ระยะฟักตัวของเชื้ออยู่ในช่วง 1-14 วัน ในระหว่างที่ฟักตัวนั้น สามารถติดต่อถ่ายทอดไปยังบุคคลอื่นได้
  • การแพร่เชื้อ เชื้อสามารถติดต่อจากคนสู่คน ผ่านทางการสัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วย และแพร่กระจายผ่านละอองเสมหะทางการไอ จามของผู้ที่มีเชื้อ
  • ผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงอับดับต้น ๆ  ผู้ที่มีประวัติการเดินทางกลับจากประเทศ หรือเขตติดโรคอันตรายและพื้นที่ที่มีการระบาดต่อเนื่อง ภายในระยะเวลา 14 วัน
  • ภายใน 14 วัน หลังเดินทางกลับจากพื้นที่เสี่ยงหรือพื้นที่ที่มีการระบาด  ถ้ามีอาการไข้ ร่วมกับอาการ ทางเดินหายใจอย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น ไอ เจ็บคอ มีน้ำมูก หายใจเหนื่อยหอบ

 

หากมีอาการป่วย

  • หากมีอาการไข้ ไอ เจ็บคอ มีน้ำมูก หายใจเหนื่อยหอบ ให้สวมหน้ากากอนามัย และรีบไปพบแพทย์ทันที
  • ขอให้สวมหน้ากากอนามัย แล้วล้างมือ และรีบไปพบแพทย์หรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุขทันที พร้อมทั้งแจ้งประวัติการเดินทาง เนื่องจากมีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนปอดบวม และมีอาการรุนแรง ถึงขั้นเสียชีวิตได้

การป้องกันเชื้อ “ไวรัสโคโรนา”

ดูแลร่างกายดังต่อไปนี้

  • รักษาร่างกายให้อบอุ่นอยู่เสมอ
  • ออกกำลังกาย ทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ กินอาหารปรุงสุก พักผ่อนให้เพียงพอ
  • หมั่นล้างมือ สวมใส่หน้ากากอนามัย ลดเสี่ยงสัมผัส แพร่กระจายโรค

 

วิธีการใส่หน้ากากอนามัยที่ถูกต้อง

  • ให้เอาด้านสีเข้มออกด้านนอกเสมอ คลุมให้ปิดจมูก ปาก คาง คล้องหูขยับให้พอดีกับใบหน้า กดลวดขอบบนให้สนิทกับสันจมูก
  • ควรเปลี่ยนทุกวันและทิ้งลงในภาชนะที่มีฝาปิด เพื่อป้องกันการติดเชื้อ ทั้งจากตนเองและผู้อื่น

 

วิธีล้างมือให้สะอาด

  • ล้างมือด้วยสบู่ก้อนหรือสบู่เหลว ใช้เวลาในการฟอกมือนานประมาณ 20 วินาที
  • ล้างมือด้วยแอลกอฮอล์เจล (Alcohol gel) ประมาณ 10 มิลลิลิตร ใช้เวลาประมาณ 15-25 วินาที ไม่ต้องล้างมือซ้ำด้วยน้ำและไม่ต้องเช็ดด้วยผ้าเช็ดมือ

 

หลีกเลี่ยงสถานการณ์ดังต่อไปนี้

  • หลีกเลี่ยงการเดินทางไปประเทศจีนแผ่นดินใหญ่ หรือประเทศที่พบการระบาดของโรค
  • การอยู่ในสถานที่แออัด
  • หลีกเลี่ยงการไปตลาดค้าสัตว์มีชีวิต
  • หลีกเลี่ยงการกินสัตว์แปลก ๆ
  • ไม่สัมผัสสัตว์ที่ป่วยหรือตาย
  • ไม่ใกล้ชิดผู้ป่วยที่มีอาการไอ (หากเลี่ยงไม่ได้ควรสวมหน้ากากอนามัยเพื่อป้องกัน)
  • ไม่นำมือไปสัมผัสตา จมูก ปากหากไม่จำเป็น

 

ไอ จามให้ถูกวิธี

  • ปิดปากเมื่อไอ จามด้วยทิชชู เพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อโรคกระจาย แล้วนำไปทิ้งในถังขยะปิดให้เรียบร้อย
  • กรณีไม่มีกระดาษชำระ ควรใช้การไอ จามใส่ข้อศอก โดยยกแขนข้างใดข้างหนึ่งมาจับไหล่ตัวเองฝั่งตรงข้าม และยกมุมข้อศอกปิดปากและจมูกตนเองก่อนจาม
  • ไอทุกครั้งไม่ควรไอจามใส่มือ
  • หลังจากไอ/จามแล้ว ล้างมือด้วยสบู่หรือแอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อ เพื่อกำจัดเชื้อโรค ไม่ให้แพร่กระจาย

 

หากมีอาการป่วย

  • หากมีอาการไข้ ไอ เจ็บคอ มีน้ำมูก หายใจเหนื่อยหอบ ให้สวมหน้ากากอนามัย และรีบไปพบแพทย์ทันที
  • ขอให้สวมหน้ากากอนามัย แล้วล้างมือ และรีบไปพบแพทย์หรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุขทันที พร้อมทั้งแจ้งประวัติการเดินทาง เนื่องจากมีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนปอดบวม และมีอาการรุนแรง ถึงขั้นเสียชีวิตได้

ประกาศให้ COVID-19 เป็นโรคติดต่ออันตราย ลำดับที่ 14

ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ชื่อและอาการสำคัญของโรคติดต่ออันตราย (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2563

  • เพิ่มโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (Coronavirus Disease 2019 : COVID-19) เป็นโรคติดต่ออันตรายภายใต้พระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558 ลำดับที่ 14 เพื่อให้สามารถใช้ข้อกำหนดตาม พ.ร.บ.ดังกล่าว ในการป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรค สามารถควบคุมโรคได้มีประสิทธิภาพ ลดผลกระทบทางเศรษฐกิจ และสังคม

แหล่งข้อมูลที่ควรติดตาม

ศูนย์ข้อมูลสถานการณ์ปัจจุบัน และข้อแนะนำการเดินทาง (Travel Advisory)

สื่อภาพและวิดิทัศน์แนะนำจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

แอปพลิเคชัน “หมอชนะ/MorChana”

  • ระบบเก็บข้อมูลการเดินทางของประชาชน เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถตรวจสอบและประเมินระดับความเสี่ยงในการติดเชื้อโควิด-19 จากสถานที่ต่าง ๆ ได้ด้วยตัวเอง สามารถสนับสนุนบุคลากรทางการแพทย์ในการวิเคราะห์ระดับความเสี่ยงในการติดเชื้อของประชาชนที่เข้ารับการรักษาพยาบาลได้อย่างรวดเร็ว แม่นยำ ช่วยเสริมมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) ให้มีประสิทธิภาพและวัดผลได้ โดยคนไทยทุกคนสามารถลดการระบาดได้อย่างเป็นรูปธรรม ด้วยวิธีง่าย ๆ เพียงดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน “หมอชนะ”และเช็คอินด้วยแอปนี้เมื่อเข้าสู่อาคารสถานที่ต่าง ๆ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม : เบอร์โทร 1111 ศูนย์บริการข้อมูลภาครัฐเพื่อประชาชน | http://www.morchana.in.th/

 

สื่อภาพและวิดิทัศน์

ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา2019 (โควิด-19