ประกาศการปรับเปลี่ยนรูปแบบการให้บริการกงสุลเนื่องจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 (โคโรนาไวรัส)

[กดอ่าน PDF]

ประกาศสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงวอชิงตัน เรื่อง การปรับเปลี่ยนรูปแบบการให้บริการกงสุลเนื่องจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 (โคโรนาไวรัส) (English)

แจ้งการปรับเปลี่ยนรูปแบบการให้บริการกงสุลเนื่องจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 (โคโรนาไวรัส) เพื่อให้เป็นไปตามมาตรการและคำแนะนำของทางการสหรัฐฯ

โดยที่ทางการสหรัฐฯ ได้ออกประกาศแผนการเปิดประเทศมากขึ้นในระยะต่างๆ โดยยังคงมาตรการและข้อแนะนำด้านสาธารณสุขเพื่อควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยเฉพาะมาตรการจำกัดการรวมตัวของบุคคลและการจำกัดจำนวนบุคคลภายในอาคาร

ในการนี้ เพื่อให้เป็นไปตามมาตรการและคำแนะนำของทางการสหรัฐฯ โดยเฉพาะมาตรการที่กำหนดโดยสำนักนายกเทศมนตรีกรุงวอชิงตัน เพื่อควบคุมและป้องกันการระบาดของโรคดังกล่าว ตลอดจนเพื่อลดความเสี่ยงของผู้ประสงค์รับบริการกงสุลในการติดเชื้อฯ จากการเดินทางไปรับบริการกงสุล สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงวอชิงตัน จึงขอปรับเปลี่ยนรูปแบบการให้บริการของฝ่ายกงสุล ดังนี้

 

     1. วันและเวลาราชการ

1.1 วันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 09:00 – 17:00 น. (เว้นวันหยุดราชการ)

1.2 วันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 09:00 – 12:00 น. (เว้นวันหยุดราชการ) เฉพาะผู้ที่นัดหมายล่วงหน้าสำหรับทำหนังสือเดินทางและบัตรประชาชนเท่านั้น

     2. รูปแบบการให้บริการ

2.1 การให้บริการโดยนัดหมายออนไลน์ล่วงหน้า ได้แก่ งานหนังสือเดินทางและงานบัตรประชาชน โดยสามารถนัดหมายได้ที่ www.thaiembdc.org/th/passportbooking

และ www.thaiembdc.org/th/idcardbooking ตามลำดับ

2.2 บริการทางไปรษณีย์เท่านั้น ได้แก่ งานทะเบียนราษฎร งานด้านนิติกรณ์ โดยสามารถศึกษาวิธีการดำเนินการทางไปรษณีย์ได้ที่ www.thaiembdc.org และเลือก “บริการกงสุล”

2.3 งานตรวจลงตรา (วีซ่า) สามารถยื่นขอวีซ่าและอัพโหลดเอกสารได้ที่ www.thaievisa.go.th โดยมีระยะเวลาในการดำเนินการภายใน 15 วันทำการ โปรดดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่                 www.thaiembdc.org/visas

 

ท่านสามารถสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ consular@thaiembdc.org โทรศัพท์หมายเลข 202-640-5897 และ 202-684-8493 หรือ อีเมลและหมายเลขโทรศัพท์ที่ปรากฏตามรูปภาพด้านล่างนี้

จึงประกาศมาเพื่อทราบโดยทั่วกัน โดยเริ่มรูปแบบการให้บริการดังกล่าวตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปจนกว่าจะมีประกาศเพิ่มเติม

   ประกาศ ณ วันที่ ๑๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖๓

(นายธานี ทองภักดี)

เอกอัครราชทูต

 

 

ข้อกำหนดในการรับบริการด้านกงสุล

สำหรับบริการซึ่งทำต่อหน้าเจ้าหน้าที่และต้องนัดหมายล่วงหน้า

(บริการหนังสือเดินทาง และบัตรประจำตัวประชาชน)

 

๑. เพื่อสุขอนามัยและการลดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-๑๙ เมื่อถึงวันนัดหมายหากผู้รับบริการมีอาการไอ มีน้ำมูก เจ็บคอ หอบหืด อย่างใดอย่างหนึ่ง หรือ มีอาการไข้สูงกว่า ๓๘ องศาเซลเซียส (๑๐๐.๔ F) หรือรู้สึกไม่สบาย ให้พักอยู่ในที่พักอาศัย และติดต่อเจ้าหน้าที่เพื่อขอเลื่อนการนัดหมายออกไปก่อน

๒. ขอให้ผู้รับบริการเตรียมเอกสาร ค่าธรรมเนียม และกรอกแบบฟอร์มต่างๆ ให้ครบถ้วนก่อนเดินทางไปรับบริการ รวมทั้งขอแนะนำให้เตรียมปากกาไปเองเพื่อลดการสัมผัสกับเจ้าหน้าที่และบุคคลอื่น

๓. เพื่อให้สอดคล้องกับข้อกำหนดและคำแนะนำของสำนักนายกเทศมนตรีกรุงวอชิงตันที่ให้จำกัดปริมาณคนภายในอาคาร ให้ผู้รับบริการไปถึงสถานเอกอัครราชทูตฯ ตรงตามเวลานัดหมาย และให้ผู้รับบริการแจ้งผู้ติดตามที่ไม่เกี่ยวข้องกับการขอรับบริการรอในพื้นที่รอซึ่งสถานเอกอัครราชทูตฯ ได้จัดเตรียมไว้

อนึ่ง ผู้ที่เดินทางมาจากต่างรัฐโปรดตรวจสอบมาตรการกักตัว ๑๔ วันของสำนักนายกเทศมนตรีกรุงวอชิงตัน (www.coronavirus.dc.gov)หรือ www.coronavirus.dc.gov/phasetwo) ก่อนทำการนัดหมาย

๔. เจ้าหน้าที่ฝ่ายกงสุล สถานเอกอัครราชทูตฯ สังเกตอาการของผู้รับบริการ และหากเห็นสมควร จะขอวัดอุณหภูมิร่างกาย โดยถ้าผู้รับบริการมีไข้สูงกว่า ๓๘ องศาเซลเซียส (๑๐๐.๔ F) หรือมีอาการไอ มีน้ำมูก เจ็บคอ หอบหืด อย่างใดอย่างหนึ่ง จะเลื่อนนัดหมายการให้บริการออกไปก่อน

๕. ให้ผู้รับบริการสวมใส่หน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าตลอดเวลาที่อยู่ในอาคารฝ่ายกงสุล สถานเอกอัครราชทูตฯ รวมทั้งให้ล้างมือด้วยสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์ที่เตรียมไว้ให้ทั้งก่อนและหลังรับบริการ

๖. ขอให้ผู้รับบริการรักษาระยะห่างจากเจ้าหน้าที่และปฏิบัติตามคำแนะนำต่างๆ ของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด

๗. สถานเอกอัครราชทูตฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการระงับหรือเลื่อนการให้บริการ และจะเก็บรวบรวมข้อมูลของผู้รับบริการเพื่อประโยชน์ในการติดตามประวัติการสัมผัส (contact tracing) หากมีการตรวจพบว่ามีผู้รับบริการหรือเจ้าหน้าที่ติดเชื้อไวรัสโควิด-๑๙ เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรการของหน่วยงานด้านสาธารณสุขของทางการสหรัฐฯ

 

 

สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงวอชิงตัน

          ๑๑ สิงหาคม ๒๕๖๓