ขั้นตอนการเดินทางเข้าประเทศไทยช่วงสถานการณ์ฉุกเฉิน

ขั้นตอนการเดินทางเข้าประเทศไทย

ขณะนี้มีการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) มีการระบาดใหญ่ (Pandemic) ไปทั่วโลก (ตามประกาศขององค์การอนามัยโลก 11 มี.ค. 2563) ขอให้ประชาชนและผู้ที่จะเดินทางไปต่างประเทศติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด รวมทั้งให้ความร่วมมือและปฏิบัติตามคำแนะนำต่าง ๆ เพื่อความปลอดภัยทั้งของตนเองและผู้อื่น รวมทั้งลดผลกระทบในด้านเศรษฐกิจและสังคม ขอความร่วมมือผู้ที่มีแผนจะเดินทางไปประเทศไทยตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 30 มิ.. 2563 ชะลอการเดินทางออกไปก่อน

1. ลงทะเบียนแจ้งความประสงค์จะเดินทางกลับไทย

สำหรับผู้ที่มีความประสงค์จะเดินทางกลับประเทศไทย ขอให้ลงทะเบียนในระบบออนไลน์ของสถานเอกอัครราชทูตฯ ได้ที่ [registration form] เพื่อแจ้งแผนการเดินทางและเหตุผลความจำเป็นเร่งด่วน (หากมีเพื่อให้ส่วนราชการไทยที่เกี่ยวข้องมีข้อมูลเพียงพอสำหรับการพิจารณาความจำเป็นที่จะให้มีการบินรับส่งบุคคลกลับไทย (repatriation flight) ตามข้อยกเว้นของ กพทและเพื่อประโยชน์ในการบริหารจัดการการเดินทางเข้าประเทศไทยของทุกคนอย่างมีประสิทธิภาพ

2. การจัดทำการบินรับส่งบุคคลกลับไทย repatriation flight

หลังจากที่สถานเอกอัครราชทูตฯ สถานกงสุลใหญ่ ณ นครนิวยอร์ก สถานกงสุลใหญ่ ณ นครลอสแอนเจลิส และ สถานกงสุลใหญ่ ณ นครชิคาโก ได้รับแจ้งจำนวนผู้เดินทางและวันเดินทางแล้ว เจ้าหน้าที่จะดำเนินการดังต่อไปนี้

2.1  จัดหาเส้นทางการเดินทาง – เจ้าหน้าที่จะจัดหาสายการบินและเส้นทางการบินที่มีความเป็นไปได้ในการดำเนินการบินในช่วงวันเดินทางที่รัฐบาลกำหนด โดยสายการบินจะเป็นผู้กำหนดอัตราค่าบัตรโดยสาร one way ticket โดยที่อัตราค่าบัตรโดยสารขึ้นอยู่กับเส้นทางที่ใช้ในการเดินทางจากสหรัฐฯ ไปยังประเทศไทย  สำหรับผู้ที่ถือบัตรโดยสารสายการบินที่ตรงกับ repatriation flight จะสามารถเปลี่ยนวันเวลาเดินทางให้สอดคล้องกับโควต้าที่ได้รับมอบหมายได้

2.2  ทำบัญชีรายชื่อผู้ที่ผ่านเกณฑ์การเดินทาง – ผู้ที่ลงทะเบียนในระบบ www.thaiembdc.org/emergencyreg  จะได้รับการพิจารณาตามอันดับการลงทะเบียนเป็นลำดับต้น ขณะที่กลุ่มเด็กและเยาวชน (อายุต่ำกว่า 18 ปี) รวมถึงผู้มีความจำเป็นเร่งด่วนด้านมนุษยธรรมอื่น ๆ (อาทิ ปัญหาสุขภาพร้ายแรง ญาติใกล้ชิดที่ไทยป่วยหนักหรือเสียชีวิต ไม่มีที่พัก ไม่มีที่พึ่ง และไม่สามารถต่ออายุวีซ่าได้) จะได้รับการพิจารณาลำดับต่อมา

2.3  จัดส่งอีเมลยืนยันการเดินทาง – ผู้ที่ได้รับการจัดสรรโควต้าในข้อ 2.2 เจ้าหน้าที่จะส่งอีเมลไปสอบถามความพร้อมในการเดินทาง เมื่อได้อีเมลแล้วโปรดอ่านและปฏิบัติตามขั้นตอนโดยละเอียด หากไม่ประสงค์จะเดินทางกลับในรอบเที่ยวบินนี้ โปรดกดสละสิทธิ์ เพื่อให้สิทธิ์แก่ผู้ลงทะเบียนลำดับถัดไป

หากท่านอยู่ในเกณฑ์การคัดเลือกและยังไม่ได้รับอีเมล โปรดตรวจสอบในช่อง junk mail  ติดต่อเจ้าของ server (โดยเฉพาะอีเมล .edu) และโปรดเช็คอีกครั้งในวันถัดไป กรณีมีผู้สละสิทธิ์ให้แก่ผู้ที่อยู่ในลำดับถัดไป

 

3. การดำเนินการของผู้ที่ได้รับสิทธิ์

3.1   ติดต่อซื้อตั๋วเครื่องบิน

  • ผู้ที่ได้รับอีเมลยืนยันการรับสิทธิ์ จะได้รับแจ้ง วันและเวลาเดินทาง สายการบิน ค่าบัตรโดยสารเครื่องบิน ช่องทางการซื้อบัตรโดยสาร
  • ติดต่อสายการบินเพื่อจองบัตรโดยสารเครื่องบินด้วยตนเอง โดยไม่ต้องแจ้งยืนยันสิทธิกับสถานเอกอัครราชทูตฯ หรือ สถานกงสุลใหญ่ฯ
  • กรณีมีบัตรโดยสารเครื่องบินที่ตรงกับ Repatriation flight อยู่แล้วโปรดติดต่อสายการบินโดยตรง

 

เงื่อนไขการซื้อบัตรโดยสารเครื่องบิน >>

 

  • โปรดติดต่อสายการบินในช่องทางติดต่อที่สายการบินกำหนดแจ้งไว้ในอีเมล์เท่านั้น ท่านไม่สามารถจองผ่านช่องทางอื่นได้เนื่องจากเที่ยวบินเข้าไทยเป็นเที่ยวบินพิเศษที่ส่งคนไทยกลับเข้าประเทศ (repatriation flight) ที่มีการควบคุมจำนวน ผู้เดินทางเข้าประเทศไทยในแต่ละวัน

 

  • เอเย่นต์และสายการบินจะพิจารณายืนยันโควตาของท่านตามลำดับเวลาที่ท่านชำระเงินค่าบัตรโดยสารเครื่องบิน หากเที่ยวบินที่ท่านประสงค์เดินทางเต็ม ท่านสามารถเลือกเดินทางด้วยเที่ยวบินอื่น หรือติดต่อขอรอ (waitlist) ในกรณีที่มีผู้สละที่นั่ง

 

  • หลีกเลี่ยงการจองบัตรโดยสารเครื่องบินผ่านหลายช่องทางเนื่องจากจะทำให้เกิดการสำรองที่นั่งซ้ำซ้อนในระบบ และสถานเอกอัครราชทูตฯ สถานกงสุลใหญ่ฯ จะไม่รับผิดชอบในกรณีที่สายการบินยกเลิกการสำรองที่นั่งของท่านหากพบการจองซ้ำซ้อน

 

  • โดยที่ในช่วงที่ผ่านมาปรากฏเหตุการณ์ที่ผู้ประสงค์เดินทางยกเลิกการบินกระชั้นชิด ทำให้เสียโควตาจำนวนหนึ่งเนื่องจากไม่สามารถหาผู้เดินทางแทนได้ทันเวลา เพื่อให้การบริหารจัดการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและรองรับผู้ที่ได้แสดงความประสงค์ขอกลับไทยเป็น จำนวนเกือบ 2,500 คน จึงขอความร่วมมือทุกท่านเร่งกระบวนการออกบัตรโดยสารให้แล้วเสร็จภายใน 3 วันหลังจากได้รับอีเมล หากสายการบินไม่สามารถติดต่อท่านโดยการโทรศัพท์หรืออีเมลเพื่อติดตามเรื่องการออกบัตรโดยสาร ทางบริษัทสามารถยกเลิกการจองที่นั่งของท่านเพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ที่มีความพร้อมกว่าดำเนินการเรื่องการออกบัตรโดยสารในลำดับต่อไป

 

3.2  อัพโหลดเอกสาร และ ขอใบรับรองการเดินทาง

  • เมื่อได้ตั๋วเครื่องบินแล้ว ให้อัพโหลด (1) บัตรโดยสารเครื่องบิน  (2) แบบฟอร์มยินยอมการกักตัวที่มีลายมือชื่อของท่าน และเอกสารอื่น ๆ (หากมี) เช่น เอกสารยินยอมที่จะเข้ารับการกักกันในพื้นที่ควบคุมโรคของรัฐทางเลือก (Alternative State Quarantine) และโปรดตรวจสอบข้อมูลของท่านในระบบ เช่น ตัวสะกดชื่อ-สกุล เลขหนังสือเดินทาง เพื่อเป็นข้อมูลสำหรับการออกใบรับรองการเดินทาง
  • สถานเอกอัครราชทูตฯ สถานกงสุลใหญ่ฯ จะเป็นผู้ออกใบรับรองการเดินทาง และจัดส่งให้ทางอีเมล

 

4. เอกสารที่ใช้ในการเดินทางกลับมีดังนี้

 

4.1   พื้นที่กักกันโรคแห่งรัฐ (State Quarantine)  

ผู้ที่เดินทางเข้าประเทศไทยตามข้อยกเว้นของสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทยจะต้องยอมเข้ารับการกักกันเฝ้าระวังโรค (State Quarantine) ในสถานที่ที่รัฐกำหนดเป็นเวลา 14 วัน และยินยอมพักสองคนในห้องคู่ในกรณีที่จำเป็น โดยไม่มีค่าใช้จ่ายที่พัก อาหารและการตรวจสุขภาพ

พื้นที่ควบคุมโรคแห่งรัฐทางเลือก (Alternative State Quarantine – ASQ)

หากท่านประสงค์จะเข้าพักในสถานที่ควบคุมโรคของรัฐทางเลือก (Alternative State Quarantine – ASQ) ซึ่งจะต้องรับผิดชอบจัดหาสถานที่จากรายชื่อที่ผ่านการรับรองจากทางการและรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเอง ขอให้ติดต่อจองห้องพักกับ ASQ โดยตรง และแจ้งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูตฯ / สถานกงสุลใหญ่ฯ ทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 3 วันก่อนออกเดินทาง

โรงแรมที่ผ่านการตรวจประเมิน Alternative State Quarantine (ASQ)
ท่านสามารถตรวจสอบรายชื่อโรงแรมที่ผ่านการตรวจประเมิน โดยกระทรวงสาธารณสุข และ กระทรวงกลาโหม ได้ที่ http://www.hsscovid.com ซึ่งข้อมูลวันที่ 12 มิถุนายน 2563 มีจำนวน 11 แห่ง เพื่อกักตัวและเฝ้าระวังโรคเป็นเวลา 14 วัน โดยผู้เข้าพักรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเองทั้งหมด ได้แก่
1. Movenpick wellness BDMS Resort Hotel จำนวน 100 ห้อง  (ร่วมกับ รพ. กรุงเทพ) ราคา 60,300 บาท/ 14 วัน
2. Qiu Hotel สุขุมวิท จำนวน 79 ห้อง (ร่วมกับ รพ. สุขุมวิท) ราคา 32,000 บาท/ 14 วัน
3. The Idle residence จำนวน 64 ห้อง (ร่วมกับ รพ. สมิติเวช) ราคา 50,000 – 60,000 บาท/ 14 วัน
4. Grand Richmond Hotel จำนวน 60 ห้อง  (ร่วมกับ รพ. วิภาวดี) ราคา 55,000 บาท/ 14 วัน
5. Royal Benja Hotel จำนวน 80 ห้อง  (ร่วมกับ รพ. สุขุมวิท) ราคา 45,000 บาท/ 14 วัน
6. Anantara Siam Bangkok Hotel จำนวน 8 ห้อง  (ร่วมกับ รพ. บำรุงราษฎร์) ราคา 144,000 บาท/ 14 วัน
7. Grande Centerpoint Hotel Sukhumvit 55
จำนวน 114 ห้อง  (ร่วมกับ รพ. สุขุมวิท) ราคา 55,000 บาท – 125,000/ 14 วัน
8. Amara hotel, Surawong จำนวน 56 ห้อง (ร่วมกับ รพ.สุขุมวิท) ราคา 50,000-99,000 บาท/14วัน
9. The Kinn Bangkok hotel จำนวน 61 ห้อง (ร่วมกับ รพ.สุขุมวิท) ราคา 28,500 บาท/14วัน
10. Siam Mandarina Hotel  จำนวน 120 ห้อง (ร่วมกับ รพ.CH 9 Airport) ราคา 42,000-52,000 บาท/14วัน
11.  Two Three Hotel จำนวน 50 ห้อง (ร่วมกับ รพ. วิภาวดี) ราคา 45,000-75,000 บาท/14วัน
12. Anantara Riverside Bangkok ร่วมกับ รพ. BPK9 international ราคา 73,000-90,000 บาท/14วัน

ข้อมูล ณ วันที่ 26 มิถุนายน 2563
กดอ่านข้อมูลเพิ่มเติม (PDF)

ภาพและข้อมูลโรงแรม ASQ ในเฟสบุ๊ก
https://www.facebook.com/Alternative-State-Quarantine-105755234490444/ 

ขั้นตอนในการจอง ASQ
1. ให้จองห้องพักตรงไปที่โรงแรม เมื่อทราบวันที่เดินทางถึงประเทศไทย
2. โรงแรมจะแจ้งไปที่ EOC สุวรรณภูมิทราบ และโรงแรมจะส่งรถมารับที่สนามบินวันเดินทางถึงไปโรงแรม (ร.พ. คู่สัญญา จะเป็นผู้มาตรวจสุขภาพ และรักษาหากมีอาการเจ็บป่วย)

 

4.2  ใบรับรองการเดินทาง

สถานเอกอัครราชทูตฯ และสถานกงสุลใหญ่ทั้ง 3 แห่งในสหรัฐฯ จะเป็นผู้ออกหนังสือรับรองการเดินทาง เมื่อผู้ได้รับสิทธิ์จัดเตรียมเอกสารครบถ้วนแล้ว

เมื่อท่านได้ตั๋วเครื่องบินแล้ว ให้ท่านขอใบรับรองการเดินทางโดยการกดลิงค์เฉพาะบุคคล ท้ายอีเมลฉบับนี้เพื่อตรวจสอบข้อมูลของท่าน เพื่ออัพโหลดบัตรโดยสารเครื่องบินและแบบฟอร์มยินยอมการกักตัวที่มีลายมือชื่อของท่าน และเอกสารอื่น ๆ เช่น เอกสารการเข้าพักในสถานที่ควบคุมโรคของรัฐทางเลือก (Alternative State Quarantine) เพื่อเป็นข้อมูลสำหรับสถานเอกอัครราชทูตฯ ออกใบรับรองการเดินทางให้ท่านทางอีเมล์ต่อไป

 

4.3 จัดหาใบรับรองแพทย์ (Fit-to-Fly health certificate)

ท่านต้องจัดหาใบรับรองแพทย์ (Fit-to-Fly health certificate) ที่แพทย์ออกให้ไม่เกิน 72 ชั่วโมงก่อนออกเดินทางจากสหรัฐฯ เพื่อยื่นให้แก่สายการบินขาออกจากประเทศ

คำแนะนำสถานพยาบาลที่อาจขอใบรับรองแพทย์ได้
https://thaiembdc.org/wp-content/uploads/2020/06/คำแนะนำในการขอใบรับรองแพทย์ที่ยืนยันว่ามีสุขภาพเหมาะสมต่อการเดินทาง.pdf  และ
https://thaiembdc.org/wp-content/uploads/2020/03/รายชื่อแพทย์ที่สามารถออกใบรับรอง-Fit-To-Fly-010420.pdf

ตัวอย่างใบรับรองแพทย์ (Fit to Fly Health Certificate)
https://thaiembdc.org/wp-content/uploads/2020/03/sample-health-cert-air-travel.pdf  และ
ddc.moph.go.th/viralpneumonia/g_form.php

 

4.4  แบบฟอร์ม ต.8

ดาวน์โหลดและกรอกแบบฟอร์ม ได้ที่ [แบบฟอร์ม ต.8]  หรือลงทะเบียนผ่านระบบ phone application ของท่าอากาศยานไทย (AOT)  https://aot-app.kdlab.ai/ เมื่อเดินทางถึงประเทศไทย ผู้เดินทางต้องยื่นแบบฟอร์ม ต.8 ก่อนเข้าประเทศ [อ่านประกาศ]

 

ข้อแนะนำที่สำคัญ >>

 

  • เมื่อถึงวันเดินทางโปรดนำเอกสาร (hardcopy) ทุกฉบับติดตัวไปด้วย (1) หนังสือเดินทางไทย (2) บัตรโดยสารเครื่องบิน (3) ใบรับรองแพทย์ Fit-to-Fly (4) ใบรับรองการเดินทางที่ออกให้โดยสถานเอกอัครราชทูต/สถานกงสุลใหญ่ (5) ใบยินยอมการกักตัว (ในกรณี ASQ ต้องมีใบยินยอมการกักตัวทางเลือกพร้อมหนังสือรับรองว่าจะไม่เรียกร้องค่าใช้จ่ายฯ ด้วย) (6) แบบฟอร์ม ต.8 พร้อมสัมภาระไปเช็คอินเพื่อออกเดินทางตามปกติ โปรดเดินทางไปสนามบินล่วงหน้าก่อนเวลาประมาณ 3 ชั่วโมง

 

  • ตามข้อกำหนดล่าสุด ทางการไทยขอความร่วมมือผู้ที่จะเดินทางเข้าประเทศไทยทุกคนกักตัวเอง (self-quarantine) ในที่พักอาศัยเป็นเวลา 14 วันก่อนเดินทาง และหากท่านอยู่ในกลุ่มเสี่ยงโดยพิจารณาจากอาชีพ สถานที่พัก ลักษณะการใช้ชีวิตทางสังคม รวมถึงกิจกรรมประจำวัน ท่านต้องได้รับการตรวจหาเชื้อ COVID-19 โดยวิธี PCR swab test และหากผลเป็นบวก ท่านจะไม่สามารถเดินทางได้ อนึ่ง ในการประเมินความเสี่ยง ท่านอาจพิจารณาใช้ประโยชน์จากวิธีประเมินตนเองของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งชาติ (CDC) ของสหรัฐฯ ที่ https://www.cdc.gov/coronavirus/2019-ncov/testing/diagnostic-testing.html

 

  • ผู้ที่เดินทางเป็นหมู่คณะควรเตรียมสัมภาระเดินทางแยกรายบุคคล เนื่องจากรัฐบาลไทยจะจัดห้องกักกันตัวเพื่อควบคุมโรคแยกห้อง (ยกเว้นกรณีเด็กเล็ก) จึงอาจทำให้เกิดความไม่สะดวกหากท่านต้องหยิบสัมภาระของท่านจากกระเป๋าของผู้โดยสารท่านอื่นเมื่อเดินทางถึงประเทศไทย

 

  • เพื่อให้รัฐบาลไทยจัดเตรียมการอำนวยความสะดวกแก่ทุกท่านที่เดินทางถึงประเทศไทยได้อย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ ขอความร่วมมือท่านแจ้งเจ้าหน้าที่ของสถานเอกอัครราชทูตฯ / สถานกงสุลใหญ่ฯ หากท่านมีโรคประจำตัวหรือปัญหาสุขภาพที่ เจ้าหน้าที่สาธารณสุขไทยควรทราบเพื่อเตรียมความพร้อมในการรับท่าน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง (1) ผู้ป่วยอาการสาหัส อาทิ โรคมะเร็ง (2) ผู้มีอาการป่วยทางจิต (3) หญิงตั้งครรภ์ใกล้คลอด 3 วันก่อนการเดินทาง โดยขอความร่วมมือแจ้งข้อมูลประวัติการรักษาที่โรงพยาบาลในประเทศไทย (หากมี) ด้วย

 

  • กรณีเดินทางถึงไทยแล้ว ขอให้ปรับข้อมูลในระบบลงทะเบียนเพื่อยืนยันว่า ท่านไม่ได้อยู่ในสหรัฐฯ แล้วและยืนยันความประสงค์ที่จะรับข่าวสารในภาวะฉุกเฉิน จากสถานทูตและสถานกงสุลต่อไป

 

 

5. คำถามที่พบบ่อย

1. หนังสือเดินทางหมดอายุ สามารถเดินทางได้หรือไม่

โปรดแจ้งเจ้าหน้าที่กงสุล (ฝ่ายหนังสือเดินทาง) ล่วงหน้าเพื่อขอรับหนังสือสําคัญประจําตัว (Certificate of Identity หรือ C.I.) ได้ที่อีเมล passport@thaiembdc.org

2. สามารถขอเดินทางพร้อมครอบครัวที่ถือหนังสือเดินทางสหรัฐฯ

ผู้โดยสารต่างชาติ จะเข้าประเทศไทยได้ ถ้าเข้าข่าย  (1) ได้รับการยกเว้นจากนายกรัฐมนตรีหรือปลัดกระทรวงการต่างประเทศตามความเจำเป็น (2) ผู้ส่งสินค้าตามความจำเป็น ซึ่งต้องเดินทางออกโดยเร็วเมื่อเสร็จภารกิจ (3) นักบินหรือเจ้าหน้าที่ประจำเครื่องที่ปฏิบัติงาน มีกำหนดเวลาที่ชัดเจน (4) คณะทูต คณะกงสุล องค์การระหว่างประเทศ หน่วยงานระหว่างประเทศอื่นตามที่กระทรวงการต่างประเทศอนุญาต หรือ ผู้แทนรัฐบาลที่มาปฏิบัติงานในประเทศไทย พร้อมครอบครัว โดยต้องมีหนังสือรับรองจากกระทรวงการต่างประเทศและใบรับรองแพทย์ Fit to Fly ไม่เกิน 72 ชั่วโมงก่อนเดินทาง (5) มีใบอนุญาตทำงานหรือได้รับอนุญาตจากทางการไทยให้ทำงานในประเทศไทย และใบรับรองแพทย์ Fit to Fly ไม่เกิน 72 ชั่วโมงก่อนเดินทาง และ (6) เปลี่ยนเครื่องภายใน 24 ชั่วโมงและมีใบรับรองแพทย์ Fit to Fly

3. หากมีตั๋วเครื่องบินอยู่แล้ว สามารถเปลี่ยนตั๋วได้หรือไม่

กรณีมีบัตรโดยสารเครื่องบินของสายการบินเดียวกับ Repatriation flight อยู่แล้ว โปรดประสานสายการบินโดยตรง เพื่อตรวสอบการเปลี่ยนบัตรโดยสารเครื่องบิน

4. ลงทะเบียนเรียบร้อยแล้ว เมื่อไหร่จะได้รับโควต้าและยังไม่ได้รับอีเมล

การจัดสรรโควต้าการเดินทาง ผู้ที่ลงทะเบียนในระบบ www.thaiembdc.org/emergencyreg จะได้รับการพิจารณาตามอันดับการลงทะเบียน หากยังไม่ได้รับอีเมล ขอให้ตรวจสอบว่าท่านอยู่ในเกณฑ์ลำดับผู้ลงทะเบียนหรือไม่ หากอยู่ในเกณฑ์ทั้งนี้ขอให้เช็คอีเมลและในช่อง junk mail หากมีผู้สละสิทธิ์จะมีจัดสรรที่นั่งให้แก่ผู้ที่อยู่ในลำดับถัดไป โดยจะแจ้งอีเมลในวันถัดไป

5. หากคุณได้รับอีเมลแจ้งสิทธิในรอบนี้ แต่ยังไม่พร้อมเดินทาง จะต้องทำอย่างไรบ้าง 

โปรดกดสละสิทธิ์ เพื่อให้สิทธิ์แก่ผู้ลงทะเบียนลำดับถัดไป และขอให้แก้ไขข้อมูลวันเดินทางในระบบลงทะเบียนใหม่ กรณีได้รับอีเมลแจ้งสิทธิซ้ำ หลังเปลี่ยนแผนการเดินทางใหม่แล้ว โปรดกดสละสิทธิ์ยืนยันอีกครั้ง ทั้งนี้ การสละสิทธิ์จะไม่มีผลต่อการได้รับสิทธิ์ในครั้งต่อไป

6. ไม่สามารถติดต่อเอเย่นต์สายการบินได้

เหตุของการติดต่อเอเย่นต์ไม่ได้ มาจากหลายสาเหตุ เช่น ตัวสะกดชื่อนามสกุลในระบบไม่ตรงกับชื่อนามสกุลจริง / มีการเปลี่ยนบัตรโดยสารเดิมทำให้เพิ่มขั้นตอนในการจัดซื้อบัตรโดยสาร / บัตรเครดิตไม่สามารถหักเงินได้ / เจ้าหน้าที่สายการบินได้รับการติดต่อจำนวนมากทั้งอีเมลและโทรศัพท์ จึงทำให้เจ้าหน้าที่ประสานได้ล่าช้าลง

7. เอกสารตรวจลงตรา (วีซ่า) ใกล้จะหมดอายุแล้ว แต่ยังไม่ได้รับอีเมลยืนยันการใช้สิทธิ์

โปรดตรวจสอบระยะเวลาที่ท่านได้รับอนุญาตจากทางการสหรัฐฯ ให้พำนักในสหรัฐฯ และหากพบว่าระยะเวลาในการพำนักใกล้จะสิ้นสุดแล้ว หรือยังไม่แน่ใจช่วงเวลาการเดินทางกลับประเทศไทย ขอให้ยื่นคำขอขยายเวลาการพำนักในสหรัฐฯ กับหน่วยงานของสหรัฐฯ ที่เว็บไซต์ http://www.uscis.gov/visit-united-states/extend-your-stay

8. เดือนกรกฎาคม จะมี repatriation flight หรือไม่

ขอให้ติดตามประกาศของของ ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด19-ศบค. [www.moicovid.com] และประกาศสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย [www.caat.or.th]   โดยท่านสามารถลงทะเบียนขอรับข่าวสารในช่วงสถานการณ์ฉุกเฉินจากสถานเอกอัครราชทูตฯ  และกงสุลใหญ่ทั้งสามแห่ง ได้ที่ [registration form]

9. ในเดือนต่อ ๆ ไป จะต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง ขอหนังสือรับรองเหมือนเดิมหรือไม่

สำหรับมาตราการและข้อกำหนดการเดินทาง ขอให้ติดตามประกาศของของ ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด19-ศบค. [www.moicovid.com] และประกาศสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย [www.caat.or.th]

10. สามารถเลือกซื้อตั๋ว ไป-กลับ​หรือตั๋วเที่ยวเดียว กับสายการบิน repatriation flight ได้หรือไม่

สามารถซื้อตั๋วแบบไป-กลับได้ โดยปกติแล้วสายการบิน repatriation flight จะจัดตั๋วให้ในรูปแบบตั๋วขาเดียว (one way ticket) หากประสงค์จะซื้อตั๋วแบบไป-กลับ (round trip ticket) โปรดแจ้งเจ้าหน้าที่สายบิน ล่วงหน้าก่อนออกตั๋วค่ะ

 

…..

สถานเอกอัครราชทูตฯ และสถานกงสุลใหญ่ฯ

หากท่านมีข้อสงสัยหรือคำถามเพิ่มเติม ขอให้ท่านติดต่อสถานเอกอัครราชทูตฯ หรือสถานกงสุลใหญ่ที่รับผิดชอบพื้นที่ที่ท่านพำนักอยู่ ดังนี้

สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงวอชิงตัน
www.thaiembdc.org  อีเมล consular@thaiembdc.org
Hotline (202) 999-7690  (202) 431-0882  (202) 465-0938  (202) 431-7766

สถานกงสุลใหญ่ ณ นครลอสแอนเจลิส
www.thaiconsulatela.org อีเมล consular@thaiconsulatela.org
Hotline (323) 580-4222  (323) 552-3227  (747) 334-4558  (818) 292-7591

สถานกงสุลใหญ่ ณ นครชิคาโก
www.thaiconsulatechicago.org  อีเมล info@thaiconsulatechicagoorg
Hotline (773) 294-5933

สถานกงสุลใหญ่ ณ นครนิวยอร์ก
www.thaicgny.com อีเมล info@thaicgny.com
Hotline (646) 842-0864